ข้อแรก ถ้าไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงอย่างไม่ต้องสงสัย และไม่ต้องกลัวว่ารถจะดับหรือเปล่า หรือจะมีปัญหาอะไรตามมา เช่น น้ำจะเข้ารถหรือเปล่าแล้วจะเกิดผลเสียต่ออุปกรณ์อื่น ๆ หรือไม่ แต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้เราควรทำอย่างไรดีละ…. <p> </p>ข้อ 1คือ ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึกหรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม เพราะ สาเหตุที่รถดับส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ เพราะว่า เมื่อเราเปิดแอร์ พัดลมจะทำงานและอย่าลืมสิค่ะ ว่าเรากำลังลุยน้ำลึก เพราะฉะนั้น ถ้าเราขืนเปิดพัดลมละก็สิ่งที่จะตามมาคือ ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้วคุณลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ เครื่องจะดับเอาง่าย ๆ หรือ ถ้าโชคดี หรือโชคร้ายถ้าเครื่องไม่ดับ ใบพัดก็จะหมุน ๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่า ขณะที่เราลุยน้ำอะไรมันจะลอยมาบ้าง มันมีสารพัด ไม่ว่าจะเป็น ขยะ กิ่งไม้ ไม้หน้าสาม ถุงพลาสติกรองเท้า ซึ่ง สิ่งของพวกนี้มันมีโอกาสที่จะเข้ามาในห้องเครื่องแล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหัก ซึ่งถ้าใบพัดหักแน่นอนว่า เราขับรถต่อไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหา<p> </p>ข้อ 2ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา ก็ใช้ประมาณเกียร์ 2 หรือสำหรับออโต้ ก็ใช้เกียร์ L ก็ได้ค่ะ รวมถึงการขับขี่ที่มีความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น<p> </p>ข้อ 3คือ ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูง ๆเพราะเห็นผู้ขับขี่หลาย ๆ คนมักจะเร่งเครื่องแรง ๆ เพราะอะไรรู้ไหมค่ะเพราะกลัวเครื่องดับ เพราะกลัวน้ำเข้าท่อไอเสีย ซึ่งจริง ๆแล้วมันเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ แท้ที่จริงแล้ว การเร่งเครื่องยิ่งทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้นใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน และสิ่งที่จะตามมาก็เหมือนกับข้อ 1 ค่ะไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสียค่ะ เพราะต่อให้น้ำจะท่วมท่อไอเสียแล้วคุณสตาร์ทรถอยู่ที่รอบเดินเบา แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาอย่างสบายๆ ต่อให้คุณจอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมท่อไอเสียก็ตาม เมื่อคุณเข้าไปในรถแล้วสตาร์ทรถ ดิฉันกล้าพูดได้เลย ทีเดียวติดค่ะ (กรณีนี้ที่ดิฉันกล้าพูดว่า รถสามารถสตาร์ทติด คือ น้ำท่วม แค่ท่วมท่อไอเสียนะค่ะไม่ใช่ท่วมฝากระโปรงนะค่ะ) แต่สำหรับรถคาบูดิฉันเองก็ไม่แน่ใจนะค่ะ ว่าถ้าถึงขั้นน้ำท่วมท่อไอเสียแล้วมันจะสตาร์ทติดหรือไม่แต่สำหรับเครื่องหัวฉีด สบายใจได้ค่ะ<p> </p>ข้อ 4ควรลดความเร็วลง เมื่อ กำลังจะขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมาเพราะไม่งั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น อย่างที่ดิฉันบอกซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมามันก็อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้ หลังจากเราลุยน้ำลึกมา<p> </p>สิ่งที่ควรทำต่อ ก็คือ ข้อแรก พยายามย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำ เพราะในช่วงแรก ๆ หลังจากการลุยน้ำลึกมา มันจะเบรกไม่อยู่และเป็นอันตรายมาก ถ้าเราไม่ทำการย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก สำหรับเกียร์ธรรมดา ต้องมีการย้ำคลัชเช่นเดียวกับการย้ำเบรก เพราะหลังการลุยน้ำมาอาจมีปัญหาคลัชลื่น จึงต้องทำทั้งย้ำคลัชและย้ำเบรก อีกข้อนึงคือไม่ควรดับเครื่องทันที ถึงแม้ถึงจุดหมายก็ตามเพราะอาจมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย ซึ่งควรสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพักซึ่งจะสังเกตได้ว่า มีไอออกจากท่อไอเสีย ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ ก็สตาร์ทรถทิ้งไว้สักพักเพื่อให้น้ำในหม้อพักมันระเหยออกไป เพราะ ถ้าไม่ทำอย่างนี้จะทำให้เกิดน้ำค้างอยู่ในหม้อพัก สิ่งที่จะตามมาคือ มันจะผุและหลังจากวันที่เราลุยน้ำมาแล้ว เราควรจะทำอย่างไร..อันดับแรกก็คือ การล้างรถรวมถึง การฉีดน้ำเข้าไปในบริเวณใต้ท้องรถด้วย รวมทั้งบริเวณซุ้มล้อเพื่อล้างพวกเศษทรายต่าง ๆ ที่มันเกาะติดอยู่ หรือ บริเวณใต้ท้องรถซึ่งอาจมีพวกเศษขยะ เศษหญ้า ติดอยู่ ต้องเอาออกให้หมดเพราะถ้าเศษหญ้าแห้งมันติดอยู่ใต้รถ<p> </p> <p>แค่นี้เราก็สามารถขับขี่อย่างปลอดภัยในขณะน้ำท่วมอย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะค่ะ</p>