กะหรี่ก็มีหัวใจ


ยามหนึ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับความพลัดพราก ทั้งจากคนรัก เรื่องราวอันชอบพอ ความพึงพอใจที่ห่างหาย ยิ่งในยามที่ชีวิตยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้า วันหนึ่งเพียงมีคำทักทาย และบอกกล่าวในห้วงยามที่ชีวิต ได้มีโอกาสกล่าวคำ ได้บันทึกเรื่องราวแห่งความขับขาน เพียงต้องการได้บอกกล่าวคำ เพื่อเป็นคำเขียนบูชาเรื่องราว ผู้เขียนเรื่องราวและความหมายเหล่านั้น

กะหรี่ก็มีหัวใจ

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

ขออนุญาตเถิดครับ

ที่จะขอใช้คำลักษณะสำบัด

และสำนวนเพื่อบูชาครู และบูชาคำครู

 

นับเนื่องในโอกาส ที่ครูท่านหนึ่งในชีวิตของผม ได้เดินทางไกลไปสู่ดินแดนแห่งวงษ์สวรรค์ นับเนื่องเมื่อครั้งหนึ่งที่ผมรำลึกข้อเขียนอันงดงาม ซึ่งช่วยขานไขว่า ชีวิตผู้คนล้วนเกิดมาคล้ายคลึงกัน ยิ่งหากนับในน้ำหนักของหัวใจคน น้ำหนักของความเป็นคน

เราทุกคนยิ่งคล้ายคลึงกันมากกว่าคำว่ามาก

คล้ายกันจนบางครั้งเราขี้เกียจ

เบื่อหน่ายที่จะคล้ายกัน

 

จนต้องพาลพาแสดงอาการรังเกียจเดียจฉันท์ แสดงอาการกีดกัน แบ่งแยก กดเก็บปิดกั้น กดทับ ทับซ้อน ยอกย้อน ซ่อนเงื่อน กระทั่งตอกย้ำความเป็นคนของคนอื่นที่เราไม่ชอบใจ ให้ต่ำลง จนแทบจะเรี่ยติดในบางที หรือไม่บางครั้งก็กดทับจนต่ำกว่าดิน

สำหรับยุคสมัย

เมื่อเราไม่มีคำว่าชายขอบ

ชายคนหนึ่งที่อยู่กับขอบของผู้คน

 

เรียนรู้ที่จะนำเสนอ เข้าใจที่จะบอกกล่าว และพร้อมที่จะตะโกนในโลกแห่งบรรณพิภพ ด้วยข้อคิดคำเขียน และวาจาสามหาวที่กล้าจะพูดแทนใครหลายคนในบ้านเมือง ที่ถูกผลักถูกดันให้ตกขอบเขตสังคม ตกหล่นจากขอบแห่งการยอมรับนับถือในความเป็นคน

ครั้งนั้นในวัยเยาว์ของชีวิตผม

ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้

ในคำอันยิ่งใหญ่

 

คำที่มากมาย มากกว่าคำว่า อำนาจราชศักดิ์ ความสำเร็จ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ลาภยศสรรเสริญ คำเยินยอ มากมายกว่านั้น มีคำด่าที่เจ็บแสน เสมือนหนึ่งผู้คนที่ได้รับการกล่าวถึงนั้น ไม่ใช่คน และก็เช่นเดียวกัน ที่ผมได้มีโอกาสอ่านงานอันยิ่งใหญ่ งานที่ถอดหัวใจของใครหลายคน ถอดความเป็นคนในเบื้องลึก ว่าหากเขาเหล่านั้นเลือกได้ เขาก็พร้อมจะเลือก

พร้อมจะเลือก

เพื่อเป็นเช่นความดี

ในท่ามกลางดงแห่งการยอมรับ

 

พร้อมจะเป็นคนดี หากคนอื่นในสังคมบอกกล่าวว่าดี แต่ชีวิตกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อสังคมแห่งความดีง่ายเกินไป และเส้นทางไปสู่ความดีซับซ้อนเกินไป ความที่ไม่มี และความไม่เหลือ จึงทำให้ผู้คนต้องเลือกหนทางแห่งการอยู่รอด อยู่และต้องอยู่ให้ได้

ในท่ามกลางคำเขียนของคำครูผู้ยิ่งใหญ่

ผมอดขนลุกขนพองไม่ได้

ในมุมมองชีวิต

 

เมื่อใครสักคน ได้กล่าวเล่าความ และได้บอกกล่าวเล่าแจ้ง ถึงแก่นแท้และแง่มุมแห่งความเป็นคน หากคนสักคนจะเลือกที่จะดี เลือกจะเป็นคนดี แม้ในท่ามกลางคำอัปรีย์ที่ผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองก่นด่าหาความ หาเอากับความง่ายของสายที่แลเห็น และหาแบบสักแต่ว่าหาไปที ในแต่ละความดีที่ตกหล่นและเกลื่อนกล่นอยู่บนผืนแผ่นดิน ที่เรายังมีลมหายใจ

สำหรับวันเวลา

ที่ใครสักคนจะได้บอกกล่าว

ได้กระตุกต่อมคิด และได้ร้องเตือนผู้คน

 

ให้เข้าใจ สนใจ และไม่ดูแคลนความเป็นคนของคนอื่น เท่ากับการเรียกร้องที่ยอมรับในความเป็นคนของตัวเราเอง หาและเข้าใจในความจริงของคนที่อยากเป็นคนดี เรียนรู้และเข้าใจว่าเราเกิดมาทำไม และเกิดมาเพื่ออะไร แม้เราจะไม่ได้เป็นไปดั่งที่ผู้คนอื่นคาดหวังก็ตาม

 

 

ในแต่ละคำเขียนของคำว่า ความดี

ผมอดจะสะดุ้งใจไม่ได้

เมื่ออ่านคำกะหรี่

 

และอดสะดุ้งใจมากขึ้นไปอีกว่า ผู้เขียนที่ใช้คำว่า กะหรี่ ได้มองเห็นแง่งามและความดีในความเป็นคนของเขาได้อย่างหมดจด ไม่ได้ตัดสิน ไม่ได้ตีความ  แต่กำลังอธิบายความ ถึงสิ่งที่เขามองเห็น ในแต่ละรูปรอยของความเป็นคน ที่กำลังถูกดูแคลน ถูกกดทับเอาไว้

คำที่เรียกว่า

ความดีที่ไม่มีสูตรสำเร็จ

กลายเป็นแบบฝึกหัดหนึ่งในการมองคน

 

เป็นแบบเรียนแบบแรกแรก ก่อนที่ผมจะตัดสินคนอื่น ในท่ามกลางวันวัยที่เพิ่มขึ้น ในท่ามกลางโอกาสที่เพิ่มขึ้นของชีวิต และในท่ามกลางลมแห่งชีวิตที่พัดผ่านผมไป ผมอดคิดไม่ได้ว่า นับเป็นหนึ่งในบุญคุณชีวิต ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้แง่งามที่มนุษย์แต่ละคนเป็น

ในภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่นักเขียนผู้หนึ่งพึงกระทำ

ผมคิดเสมอถึงมุมมองชีวิต

ที่เขาได้เขียน

 

คิดเสมอถึงพลังแห่งความเป็นคน ที่เขาได้ถ่ายทอดชีวิตผู้คน ตีแผ่อธิบายความ โดยไม่กดเก็บปิดกั้น ไม่ตีความ ไม่วินิจฉัย ไม่ขานไขให้มากความจนเสแสร้ง ใครคนนั้นผู้เขียนถึงหญิงงามเมือง ด้วยคำว่ากะหรี่อันละเมียดละไมและละเอียดอ่อน ได้บอกสอนให้ใจของผมอ่อน และน้อมที่จะรับในซอกหลืบของความคิดผู้คน แม้จเผลอไปบ้างในบางครั้งครา

แต่ทุกครั้ง

ที่ได้กลับมาอ่าน

ถึงข้อเขียนอันงดงาม

 

ผมคิดเสมอ ถึงพลังที่ได้รับ ถึงความดีในคำเขียนที่ถูกถ่ายทอดบอกกล่าว และเป็นเครื่องยืนยันความจริงในความเป็นคน หากใครสักคนจะเลือก และหากใครสักคนหนึ่งจะยืนขึ้นบอกกล่าวด้วยเสียงของตน แทนเสียงของผู้คนที่ไม่อาจพูดไม่อาจกล่าว กระทั่งไม่อาจแม้จะเงยหน้ามามองผู้คน ท่ามกลางเปลวแดด อาจทำได้เพียงแอบในซอกมุมสังคม

ในท่ามกลางความจริง ความดี และความงาม

นักเขียนหนุ่มผู้บอกกล่าวแง่งามชีวิต

ที่มองเห็นกะหรี่ด้วยหัวใจ

 

ผู้ที่ทำให้ดวงตาของผมเข้าใจ เห็นด้วยหัวใจ เห็นด้วยลมหายใจแห่งความเป็นคน จนเลือกที่จะมอง คิดและใคร่ครวญก่อนมองใครสักคน กระทั่งคิดและพยายามเข้าใจในความเป็นคน ที่โอกาสไม่ได้อยู่แบบถ้วนทั่ว หรือโอกาสของลมที่พัดผ่านชีวิตอันไม่เคยเหมือนกัน

สำหรับหัวใจ

และดวงใจอันละเอียดอ่อน

ผมขอกราบแด่คำเขียน ของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่

ขอกราบด้วยดวงใจ แด่ รงค์ วงษ์สวรรค์

 

 

หมายเลขบันทึก: 252562เขียนเมื่อ 1 เมษายน 2009 17:28 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 พฤษภาคม 2012 23:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี