เล่าต่อสำหรับแขกรับเชิญท่านที่ 2 ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่สำหรับชาวเบาหวาน เพียงแค่ 1 ปีกว่า

 


คุณ เชาวนิชเล่าว่ามารักษาเบาหวานกับอ.ศรีอุไร เดิมเป็นคนไข้เทพธารินทร์อยู่แล้วเพราะรักษาเรื่อง obstructive sleep apnea อยู่ คุณหมอแนะนำให้ลดนำ้หนักซึ่งตอนนั้นมากถึง 112 กิโลกรัม จึงได้คุยกับนักกำหนดอาหารและได้รับคำแนะนำให้ลดคาร์โบไฮเดรตลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากเพราะเป็นคนที่ชอบทั้งข้าว เบเกอรี่ ไอศกรีมและผลไม้ แต่เนื่องจากไม่อยากมีโรคแทรกซ้อนทางเบาหวานเหมือนคุณแม่จึงตั้งใจว่าจะ พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้

คุณเชาวนิชเริ่มค่อยๆปรับอาหารโดยลด อาหารประเภทข้าวแป้งลงจากเดิมก่อนครึ่งหนึ่ง ทานกับข้าวเหมือนเดิม แต่พิถีพิถันเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่มัน และโชคดีที่มีสวนอยู่ที่สระบุรี จึงมีผักผลไม้ปลอดสารทานได้อย่างสบายใจ หลังจากเริ่มไปได้ 2 อาทิตย์น้ำหนักลดลงไป 6 กิโล ก็รู้สึกดีใจมาก และทำเรื่อยมา

ช่วง หลังๆรู้สึกได้เลยว่าน้ำหนักลดช้าลง จึงหันมาปั่นจักรยานเสริม (แต่เดิมใช้จักรยานเป็นราวแขวนผ้า) โดยนำเข้ามาไว้ที่หน้าจอทีวีเพราะจะได้ดูบอลไปปั่นจักรยานไป ทำอย่างนี้ทุกวัน

ปัจจุบันคุณเชาวนิชลดน้ำหนักได้ 29 กิโลกรัม ใช้เวลาประมาณ 1ปีครึ่ง ลดน้ำตาลเฉลี่ยจาก 9 % เหลือ 5.9 % โดยปรับลดยากินด้วยเหลือ glucophage วันละมื้อ ปัญหาเรื่อง OSA ก็หมดไป ตอนนี้ที่กลุ้มคือไม่รู้จะทำอย่างไรกับเครื่อง CPAP เพราะซื้อมาราคาแพง จะเก็บไว้เฉยๆก็เสียดาย

คุณเชาวนิชให้ข้อคิดไว้ว่า ที่ประสบความสำเร็จนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องมีวินัยที่ดีเยี่ยมในการดูแลตนเอง ทั้งเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย โดยกล่าวว่าสำหรับเรื่องอาหารนั้นตนคิดว่าสบายๆแล้วเริ่มคุ้นเคยกับการกิน ที่พอดี และรู้วิธีการกินที่หลากหลายไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย และตั้งแต่วันที่เริ่มออกกำลังกายก็ยังไม่มีสักวันเดียวที่หยุดทำ

จุรีย์พร จันทรภักดี

นักกำหนดอาหาร