ชาวบ้านฮือต้านนิคมฯ ภาคใต้ ลั่นหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม เทียบถูกไล่เหมือนโรฮิงญา อัดรัฐมุบมิบเดินหน้าโครงการ ด้าน ส.ส.นครศรีธรรมราช ชงเรื่องให้ กมธ.ตรวจสอบ

ชาวบ้านฮือต้านนิคมฯ

ปิโตรเคมี-อัดรัฐปิดข้อมูล

Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th) Tuesday, February 10, 2009  02:24

 ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

 

          ชาวบ้านฮือต้านนิคมฯ ภาคใต้ ลั่นหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม เทียบถูกไล่เหมือนโรฮิงญา อัดรัฐมุบมิบเดินหน้าโครงการ ด้าน ส.ส.นครศรีธรรมราช ชงเรื่องให้ กมธ.ตรวจสอบ

          นายทรงวุฒิ พัฒแก้ว แกนนำกลุ่มศึกษาการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2552 ที่ผ่านมา มีบริษัท นิวคอสตอน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เข้าสัมปทานหลุมขุดเจาะน้ำมันหลุมที่ G5/43 และ G5/50 ในโครงการนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เข้ามาทำการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ในการเดินหน้าสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่ศาลาประชาคมประจำอำเภอสิชล ปรากฏว่าได้มีชาวบ้านจาก อ.สิชล จำนวนกว่า 1,000 คน เข้ามารับฟังความคิดเห็นและแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม

          ทั้งนี้ มีชาวบ้านจำนวนมากได้แสดงความไม่เห็นด้วยตอบโต้อย่างหนัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง จนบริษัทดังกล่าวต้องทำการยุติการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว นอกจากนี้ ชาวบ้านยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลล้มเลิกโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการก่อสร้างอุตสาหกรรมหนัก อาทิเช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ปิโตรเคมี ท่อขุดส่งน้ำมัน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ท่าเรือน้ำลึก เป็นต้น ในพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ กินพื้นที่ อ.ขนอม อ.สิชล และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าสำรวจและจะเร่งดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2553 นี้

          นายทวีผล พรหมคีรี ประธานกลุ่มคนรักทุ่งปรัง อ.สิชล กล่าวว่า ขณะนี้ ชาวบ้านเริ่มรู้เรื่องการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ทุกคนไม่ยอมให้มีการก่อสร้างแน่นอน เพราะจะกระทบต่อการทำมาหากิน สิ่งที่ปลูกสร้างสะสมมาตั้งแต่อดีต ทั้งสวนยาง ปาล์ม เงาะ ชะตาชีวิตอยากอยู่เช่นนี้ ลูกหลานก็ได้เรียนหนังสือไม่มีปัญหาอยู่กันอย่างไม่ลำบาก

          ส่วนที่ชาวบ้านออกมาคัดค้านเนื่องจากไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ของโครงการ แผนการด้านสิ่งแวดล้อม แผนงานรองรับการโยกย้าย ทั้งหมดยังไม่ชัดเจน ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐพยายามจะบอกว่าแนวทางการสำรวจนั้นเดินหน้าไปแล้วเกือบ 100% ชาวบ้านให้การยอมรับและเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งบอกได้เลยว่าภาครัฐไม่รู้ไปเอาข้อมูลมาจากไหน ชาวบ้านไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย ปกปิดข้อมูลมาตลอด จนมาเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ชาวบ้านที่รู้เรื่องบ้าง จึงได้เกิดการลุกฮือประท้วงขึ้น

          "ถ้าโครงการนี้มาจริง ไม่มีแผนรองรับที่ดี ก็เหมือนไฟไหม้บ้าน แต่ยังดีหน่อยที่ไฟไหม้บ้านยังมีที่ดินอยู่ แต่ถ้ามาทำอย่างนี้ที่ดินก็ไม่มีอยู่ เหมือนชาวโรฮิงญาไม่มีผิดไปไหนก็ไม่มีใครรับ หัวเด็ดตีนขาดเราก็ไม่ยอม" นายทวีผลกล่าว

          น.ส.พิมพิ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนได้ทำจดหมายไปยังคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่มีนายนราพัฒน์ แก้วทอง เป็นประธาน และส่งเรื่องไปยังคณะอนุกรรมาธิการคุ้มทุน ที่มีนายศิริโชค โสภา เป็นประธาน เพื่อเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น เข้ามาชี้แจงรายละเอียดความคืบหน้าโครงการ พร้อมกำชับให้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจประชาชน--จบ--