“เราเป็นบุคลากรของโรงพยาบาล แม้ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล แต่ก็สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลคนไข้ได้เช่นกัน”

 

บ่ายวันศุกร์ สัปดาห์นี้ ชาวโรงพยาบาลท่าวังผาเรามา  ล้อมวง...เล่าเรื่องราวดีดี ที่ประทับใจในการเป็นคนโรงพยาบาล เพื่อสานสร้างความรู้สึกเป็นผู้ให้การบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ สามารถเกิดพลังใจพร้อมที่จะให้บริการ

การทำงานพยาบาลมานานกว่า 20 ปี ของ คุณพัฒนา หัวหน้างานห้องคลอด  ทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกและความต้องการของคนไข้เพราะเขาไม่สบายเขาเลยมาหาที่พึ่ง เราควรจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนไข้ได้รับการบริการที่ดีที่สุด และพึงพอใจ โดยที่จะยึด   หลักการทำงานคือ ความอดทน อดกลั้น  ให้บริการด้วยความสุภาพอ่อนโยน เสมอภาค   ให้ผู้รับบริการพึงพอใจ  สามารถลดปัญหาของการฟ้องร้องและข้อร้องเรียนต่างๆ ได้  สอดคล้องกับความคิดเห็นของพยาบาลแผนกฉุกเฉิน คุณบุษบา ที่เห็นว่า  ความรีบเร่ง  ในการให้บริการผู้ป่วยจำนวนมากทำให้ลืมคำนึงถึงจิตใจของผู้ป่วย เช่น การให้ผู้ป่วยรีบลงเตียงทันทีเมื่อฉีดยาเสร็จ ว่าเขายังมีความเจ็บปวดจากการฉีดยาในครั้งนั้นอยู่ การที่เป็นผู้รับฟังปัญหาของผู้ป่วยเป็นการเยียวยาด้านจิตใจที่หลายคนคิดว่าไม่สำคัญ    แท้ที่จริงแล้วการพูดคุยกับผู้ป่วยด้วยสุนทรียสนทนาเป็นการรักษาด้านจิตใจส่งผลให้ความเจ็บป่วยทางร่างกายทุเลาได้

เห็นได้จากการดูแลต่อเนื่องถึงชุมชนของ คุณถนอมศรี พยาบาลแผนกเวชปฏิบัติครอบครัวที่มีความภาคภูมิใจ ใน  การที่ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ให้ผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บที่สมองเป็นผู้พิการ สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ คืนกลับสู่สังคมได้ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แก่ครอบครัวผู้ป่วย    และการไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านของ คุณนุกร พยาบาลแผนกเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนอีกท่านหนึ่งที่ได้ลงไปในพื้นที่จริงๆ  ทำให้เกิดความเข้าใจบริบทผู้ป่วยมากขึ้น สามารถนำมาชี้แจงกับหน่วยบริการถึงการที่ผู้ป่วยมีสาเหตุบางอย่างที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ได้ เป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้ให้กับผู้รับบริการ และเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนด้วย

การเป็นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลแม้ไม่ใช่พยาบาล เป็นส่วนของการเงินแต่สามารถให้บริการด้วยความมีน้ำใจเอื้ออาทรของ คุณนงเยาว์   ที่ต้องอธิบายเพื่อทำความเข้าใจกับผู้ป่วยทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องเก็บเงินตามสิทธิบริการต่างๆ  เนื่องจากมีญาติพิการอยู่ในครอบครัวต้องทำแผล และร่วมกันดูแลอย่างให้ชิด ทำให้เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยและญาติว่าพวกเขาไม่อยากเป็นภาระของสังคม เพียงแต่ต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจในบางครั้งเท่านั้น     เช่นเดียวกับคุณบุญชาญ เจ้าหน้าที่จ่ายกลางที่อาสาสมัครเป็นผู้ดูแลคนพิการที่อยู่บ้านใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อรับยา การรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น การทำแผล และการประสานงานกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อรับสิทธิคนพิการ  การติดตามเยี่ยมให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย สิ่งที่คุณบุญชาญภาคภูมิใจมากคือ  เราเป็นบุคลากรของโรงพยาบาล แม้ไม่ใช่หมอ  ไม่ใช่พยาบาล  แต่ก็สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลคนไข้ได้เช่นกัน

ด้วยความคิดเหล่านี้พวกเราชาวโรงพยาบาลท่าวังผาจึงคิดที่จะจัดทำ โครงการอาสาสมัครประจำ ครอบครัว โดยให้บุคลากรโรงพยาบาลท่าวังผาเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม  ที่อาศัยอยู่ใกล้บ้าน ด้วยความสมัครใจ  เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดช่องว่างในการให้บริการ ให้บุคคลเหล่านั้นได้รับการดูแลที่เท่าเทียมกับผู้อื่น สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้