เมื่อมีทุกข์หรือพบปัญหาและอุปสรรคในชีวิตหากมีความอดทนเข้มแข็ง รู้จักปล่อยวาง
.....................จะสามารถเปลี่ยนจากร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี และจะพบกับความสุขของชีวิต
ฉะนั้นจึงไม่ควรท้อแท้หมดกำลังใจหรือล้มเลิกความตั้งใจขอให้มีความอดทนมานะพยายาม
และต่อสู้ไปให้ถึงที่สุด
สายฝน

“ เมื่อเราเจอปัญหาแรกเริ่มอาจเหมือนกับเรายืนหลงทางอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโล่งที่ฝนกำลังตั้งเค้าท้องฟ้ามืดครึ้มมีทั้งฟ้าแลบ..ฟ้าร้อง ทำให้เรารู้สึกตื่นตกใจ หวาดกลัว พยายามหาที่หลบฝน ....แต่เมื่อยิ่งมองหากลับยิ่งหาไม่เจอเพราะเราร้อนลนจนเกินไป จึงมองข้ามอะไรไปหลายๆอย่าง เมื่อฝนเริ่มตก.. เม็ดแล้วเม็ดเหล่ากระทบผ่านผิวกายเรา ทำไห้เรารู้สึกเหน็บหนาว แรกๆอาจพอทนไหว แต่เมื่อนานเข้าเราเหน็บหนาวอ่อนล้าสายฝนนั้นจะกลายเป็นมรสุ่ม สายลมที่พัดโหมกระหน่ำใส่ตัวเรา เราให้เรารู้สึกท้อแท้เคว้งคว้างหมดหนทาง ปล่อยชีวิตให้ทิ้งไป .....แต่ถ้าเราอดทน ตั้งสติ เมื่อเจอปัญหา เราจะพบคนคนหนึ่งที่เรามองข้ามไปยืนกลางร่มและพร้อมที่จะยอมเปียกฝนไปด้วยกัน จนสายฝนนั้นผ่านพ้นไป.....และนำไปสู่ทางออกที่สดใส ”
......แต่เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมองคนที่เคียงข้างเรานั้นไม่ใช่ใคร คือตัวเราคนที่เข้มแข็งไม่ท้อแท้เมื่อเจอปัญหามีสติไม่หวาดกลัวจะสามารถมองหาร่มและกลับมาช่วยตัวตนที่อ่อนแอคนที่ยอมแพ้ปัญหาปล่อยชีวิตให้ทิ้งไปไม่มีวันได้เห็นความสวยงามของสายรุ้งหลังฝน
ไม่ว่าคุณจะเป็นใครที่มีปัญหาอย่างน้อยยังมีคนหนึ่งคนที่อยู่เคียงข้างคุณ เป็นกำลังใจให้คะ
" ต้นไม้ต้นหญ้า บางเบากว่าชีวิตมนุษย์มากนัก แต่ยังสู้และเบียดเสียดแทรกจากหินผาแล้วจงต่อสู้กับตนเอง เช่น ต้นไม้ ต้นหญ้า ต้นเล็กที่เบียดแทรกออกจากซอกแตกของร่องหิน จงพยายามที่จะอยู่รอดและดิ้นรนเพื่อตนเองเพื่อชีวิตที่ดีกว่าและเพื่อความไม่ทุกข์อันเป็นเป้าหมายของการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข"
|
เลือกเกิดไม่ได้ "ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ มนุษย์เลือกที่จะเกิดบนความพร้อมทุกสิ่งไม่ได้แต่มนุษย์เลือกที่จะเกิดบนความพร้อมทุกสิ่งไม่ได้ แต่ มนุษย์เลือกที่จะเป็นในสิ่งที่ต้องการได้ ....ด้วยตนเอง"
|
|
ปราชญ์กล่าวไว้ว่า "ชีวิตเป็นตำราเล่มใหญ่ที่สุดหนาที่สุด มีชีวิตสั้นที่สุดน่าประทับใจที่สุดดูคล้ายจะอ่านง่าย แต่จริง ๆแล้วกลับเป็นตำราที่เข้าใจยากที่สุดน่าประทับใจที่สุด "ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ แม้จะเกิดมาบนความไม่พร้อมแต่หากรู้จักใช้ชีวิตและมีความพร้อมขยันหมั่นเพียรก็จะสามารถผลักดันตนเองให้เดินไปในทางที่จะนำชีวิตสู่ความก้าวหน้า มีความสุข และประสบความสำเร็จได้ "
|
|
ที่นี่และเดี๋ยวนี้ "ไม่มีอะไรน่าเสียใจเลยสักนิดกับชีวิตเมื่อวานนี้ ไม่มีอะไรน่ากังวลใจเลยสักนิดกับชิวิตที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้จะมีแต่ความทุกข์ใจ หากไม่คิดที่จะทำในวันนี้และจะมีแต่ความเศร้าใจหากไม่เปลี่ยนแปลงตนเองตั้งแต่วันนี้จงจัดการกับปัจจุบันให้ดีไว้เถิด แล้วอนาคตก็ปล่อยให้มันดูแลตัวของมันเอง "
|
|
ไม่ประมาท "ความแตกต่างระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะคือผู้ชนะจะใช้เวลาที่มีอยู่ตรงกับว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิตโดยไม่ประมาทไม่ใส่ใจกับอดีตและมิได้มุ่งหวังเวลาในอนาคตแต่ผู้แพ้นั้นมัวแต่วนเวียนเพ้อฝันกับความคิดว่า " สักวันหนึ่งฉันจะเป็นและเป็นอยู่อย่างประมาทซ้ำยังมัวแต่พะว้าพะวงกับอนาคตอาลัยอาวรณ์กับอดีตโดยมิได้ลงมือทำสิ่งใด ดังนั้นจงอย่าเสียเวลาแม้เพียงนิด กับความประมาทในชีวิตเลย พุทธภาษิตที่ว่า "ใครประมาทก็ช่างเขาเราอย่าประมาท ใครจะหลับใหลก็ช่างเขาเราอย่าหลับใหลจงตื่นตัว ก้าวไปข้างหน้าประดุจม้าฝีเท้าดีวิ่งขึ้นหน้าฝีเท้าเลวฉันนั้นเป็นภาษิตเตือนใจมิให้ประมาทและมุ่งมั่นในการนำชีวิตของตนเองสู่ความสำเร็จดังนั้นให้ทบทวนชึวิตของตนเองที่ได้ดำเนินมาตลอดวันว่ามีสิ่งใดที่ยังต้องแก้ไขปรับปรุง
|
|
ความพ่ายแพ้ "ความพ่ายแพ้และอุปสรรคอาจบั่นทอนกำลังใจไปบ้างแต่ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะพบกับความสำเร็จโดยไม่เคยพ่ายแพ้และไม่เคยพบอุปสรรคมาก่อน"อุปสรรคจะเล็กน้อยหรือจะใหญ่จะโต ขึ้นอยู่กับจิตใจนั้นคิดใหญ่หรือใจที่คิดเล็ก "ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามปัญหาและอุปสรรคย่อยเกิดขึ้นเสมอหากไม่ท้อแท้หรือยอมแพ้ก็จะมีโอกาสกลับมาประสบความสำเร็จใหม่
|
|
คนเราเลือกเกิดไม่ได้
แต่เลือกที่จะทำความดีได้นะจ๊ะ
การแพ้ใจตนเองจะทำให้แพ้ทุกสิ่งนะคะ...ต้องชนะใจตัวเองนะคะ
สวัสดีค่ะ
* อย่ายอมแพ้นะคะ
* ต้นท้อพันปี(ท้อมาตั้งพันปีแล้ว) ยังทำหน้าที่ของมันต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
* สุขกายสุขใจนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกกลังใจและความคิดเห็นนะค่ะ
ใช่ค่ะคนที่ชนะคือคนที่อดทนและมีสติเมื่อเจอกับปัญหา