"มันมีความรู้สึกดีๆ ที่สื่อถึงกันได้ มีคนตั้งใจฟังเรา สนใจเรา... เพียงแค่นี้ก็เป็นการเปิดใจ พร้อมที่จะเรียนรู้กันและกันได้"

การมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ สถานที่คือ โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทราค่ะ บรรยากาศดีติดแม่น้ำบางปะกง ทำให้ความรู้สึกที่คิคว่าการมาเข้าอบรมของผู้เข้าร่วมฯ ดูผ่อนคลายมากขึ้น

หัวข้อหลักๆของการสัมมนาในครั้งนี้คือ "KM/LO สำหรับคณะทำงานการจัดการความรู้ทุกระดับ" วันที่ 23-24 มี.ค. 52 มีผู้เข้าร่วมฯประมาณ 30 ท่าน แต่ละท่านก็พกความสนใจใฝ่รู้พร้อมกับความรู้สึกที่เม้ดูออกว่า กระตือรือร้น และพร้อมจะเริ่มนำ KM ไปใช้ค่ะ

เริ่มต้นกิจกรรมกระจกสะท้อนค่ะ โดยการให้แต่ละท่านวาดรูปสมัยเรียนหนังสือ และจับคู่ผลัดกันเล่าเรื่อง  กิจกรรมนี้แหล่ะค่ะ ที่เม้รู้สึกประทับใจกับการสะท้อนของผู้เข้าร่วมฯท่านหนึ่ง ที่ว่า “มันมีความรู้สึกดีๆที่สื่อถึงกันได้ มีคนตั้งใจฟังเรา สนใจเรา และสามารถเล่าเรื่องพร้อมกับจินตนาการเรื่องเล่าของเราได้ เพียงแค่นี้ก็เป็นการเปิดใจ พร้อมที่จะเรียนรู้กันและกันได้” นี้กระมังคะ สิ่งเล็กๆที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการความรู้สึกซึ่งต่อไปมันจะกลายเป็นการจัดการความ(ไม่)รู้ได้ค่ะ ส่วนกิจกรรม Play&Learn ที่นำพาความสนุกสนานมาให้ได้อีกกิจกรรมก็คือ การต่อเลโก้ค่ะ  กิจกรรมนี้ต้องพกความเป็นทีม ความว่องไว และที่สำคัญตำแหน่งผู้เล่นบางตำแหน่งต้องยังหนุ่มหรือสาว !! ทำไมหรือคะ ที่ต้องหนุ่มหรือสาว ก็เพราะมีบางท่านในเกมส์ ต้องทั้งวิ่ง ทั้งจำ ทั้งอธิบายต่อให้เพื่อน อย่างนี้แล้วเพื่อนๆในกลุ่มบางท่านถึงกับออกตัวเลยทีเดียวว่า อีก 3 ปีก็จะเกษียณแล้ว ขอตัวแล้วกันนะ J   

สิ่งที่ผู้เข้าร่วมฯต่างได้จากกิจกรรมนี้ส่วนใหญ่คือ เรื่องของการสื่อสาร ระหว่างเจ้านายลูกน้อง ระหว่างคนทำงานด้วยกัน และการทำงานกันเป็นทีม

ส่วนภาคกิจกรรมกลางคืนนั้น เรามาล้อมวงดูหนังกัน ต่างคนต่างมีข้อคิด เทคนิคและวิธีการในหลากหลายรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน บางท่านปรับมาใช้กับเรื่องงาน บางท่านมองแล้วนำมาปรับใช้กับเรื่องส่วนตัวได้ ก็ต่างมุมมองค่ะ สุดแล้วแต่ว่าใครมองมุมไหน แต่ที่ได้ก็คือ เรามีเรื่องมาพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนกัน ได้อะไรดีๆจากสิ่งที่เพื่อนได้ค่ะ ก่อนจะเสร็จสิ้นของการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมฯจาก กฟผ. ต่างก็มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน มีการเล่าสิ่งที่ตนได้ทำมาและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ได้อีกหนึ่งบรรยากาศดีๆ ก่อนการแยกย้ายค่ะ

 

สำหรับวันรุ่งขึ้นนั้น ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ได้มาเน้นยำ เน้นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการที่จะริเริ่ม ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดว่า ก่อนจะเปลี่ยนผู้อื่น เราต่างหากที่ต้องเปลี่ยนก่อน มีหลายท่านนะคะ ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นดีๆออกมา ที่รู้สึกจะทำให้ผู้เข้าร่วมคึกคักได้ก็คือ การที่พวกเราดูหนังเรื่อง The Art of Posibility แล้วมีท่านหนึ่งสะท้อนในวงว่า จากที่เคยถูกหัวหน้าให้แค่ 1 ดาว มาวันนี้ตัวเค้าเองจะมองมุมกลับ คือจะให้คะแนนหัวหน้าเต็มเลยค่ะ เผื่อที่เราจะได้รู้สึกดีก่อน สิ่งที่ตามมาคือสักวันหนึ่ง หัวหน้าคงเห็นและให้คะแนนเต็มเราบ้าง ทำเอาเรียกเสียงฮาได้รอบวง คงเพราะไปโดนใจหัวหน้าหลายๆท่านค่ะ

 

และสุดท้ายก่อนที่จะจบการมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ พวกเราทุกคนต่างก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน กลับไปแล้วสามารถตั้งต้น ในการที่จะเริ่มทำ KM ได้โดยในทิศทางเดียวกัน   พวกเราชาว สคส. ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ อย่างที่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช  ได้บอกไว้ว่า KM ของแท้ไม่มีอะไรยาก ถ้ายากนั้นไม่ใช่ KM...