ผมโชคดีที่เป็นนักเรียนรู้โดยดูตัวอย่างจากชีวิตจริงของผู้คนรอบด้าน   เรียนเอาไว้สอนใจตนเอง    เมื่อเร็วๆ นี้ได้พบข้าราชการผู้ใหญ่คนหนึ่งที่พฤติกรรมของท่านสอนใจผมมาก    จึงเอาบันทึกสอนใจชิ้นนี้มา ลปรร.

         ข้าราชการท่านนี้รู้ว่าผมเป็นประธาน กกอ. ก็เข้ามาทักทาย เอ่ยถึงคนโน้นคนนี้เป็นสะพานเชื่อมความสนิทสนม   ประเด็นใหญ่ใจความคือท่านต้องการหาลู่ทางเลื่อน ซี ของตนเอง   

          พฤติกรรมแบบนี้แปลกมากสำหรับผม   จึงอดเอามาคิดต่อไม่ได้   ว่าผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ เขาจะรู้สึกต่อคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้อย่างไร    คนที่มีพฤติกรรมแบบนี้รู้ตัวหรือไม่ ว่าตนเองทำร้ายตนเองในด้านความนับถือจากสังคม   เพราะคนรอบข้างเขาย่อมรู้ทัน    ว่าทุกย่างก้าวของท่านคือผลประโยชน์ส่วนตัวสุดขีด   เรื่องราวในการสนทนาส่วนตัววนเข้าสู่ผลประโยชน์ส่วนตัวทั้งหมด

          เป็นบุญของผม ที่ผมไม่เคยเอาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวไปคุยกับใครๆ เลย ไม่ว่าคนสนิทสนมหรือไม่   ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้คน เน้นที่ผลประโยชน์ของสังคมหรือผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก   สภาพเช่นนี้ทำให้ผมรู้สึกสบายใจ

          เวลามีคนมาขอให้ช่วยไปพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ กับคนนั้นคนนี้ แบบขอความช่วยเหลือ    ผมจะรู้สึกไม่สบายใจ    เกรงจะเป็นการรบกวน   และผมเองรู้สึกไม่ดี ว่าเราไปขอให้เขาทำในสิ่งที่อาจขัดกับความรู้สึกของเขา    หรือในบางกรณี อาจเป็นการเอาเปรียบคนอื่น

          ที่ผมถือเป็นหลักการประจำใจ คือจะไม่ขอผลประโยชน์ส่วนตัวด้านลาภยศสรรเสริญแก่ตัวเองจากผู้ใหญ่หรือผู้ใด   ไม่ว่าจะเป็นการขอตรงๆ หรืออ้อมๆ   ผมเดาว่านิสัยหรือพฤติกรรมเช่นนี้ ช่วยทำให้ผมได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญๆ หลายชิ้น   และช่วยให้ผมปลอดจากการเข้ามาวิ่งเต้น ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด  

วิจารณ์ พานิช
๑๘ มี.ค. ๕๒