คุณแม่ Extern  ส่ง เมลล์ ผ่าน Go to know มาหาว่า

ตอนนี้มีลูกอยู่ Extern อยากให้กำลังใจ  แต่ไม่รู้จะหากำลังใจมาจากไหน  เพราะชีวิตแสนโหดเหลือเกิน  เรียนถึงปี 6 แล้วจะให้ออกก็คงไม่ได้  จะให้อยู่ก็ไม่มีความสุข  

ด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแพทย์ต้องถึงขนาดเข้าเวรทั้งวันทั้งคืน แล้วเมื่อติดกับวันทำงาน   ก็ยังต้องอยู่ทำงานโดยไม่ได้พักผ่อน  เราก็เลยลองนอนดึกแล้วตื่นเช้า  วันนั้นทั้งวันมึนไปทั้งวัน  

ถ้าชีวิตไม่มีคุณภาพเช่นนี้  ขนาดยังไม่อดนอนนะเนี่ย   หมอที่เรียนจบไปหลายคนก็ไม่ทำอาชีพนี้  เพราะรับสภาพไม่ไหว  หมอก็ยังขาดแคลนเหมือนเดิม  

หมอที่ไม่อดนอนจะไม่เก่งหรือค่ะ ทำไมเราถึงไม่ทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อที่จะมีคนอยากเรียนหมอ  ขอกำลังใจสักคำจากอาจารย์เพื่อหมอ Extern คนใหม่จะได้มีชีวิตอยู่รอดค่ะ

อ่านแล้ว อึ้งกิมกี่ 

ปฏิเสธไม่ได้   เป็นความจริง ทุกประการ ในทุกระดับ ไม่ว่าเขาจะเป็นนักเรียนแพทย์ หรือจบแพทย์แล้ว (เรียนว่าอายุ 50 กว่า ก็ ยังต้องอยู่เวรอยู่เลย ที่นี่ )

มี คนแก้ ทั้งระดับบริหารระดับ กระทรวง ระดับ ผอ ระดับมหาวิทยาลัย แก้มาเป็น หลายสิบปี

เท่าที่เห็นแก้ คือให้ผู้เรียน ตอนเป็น นักเรียนประถมปลาย ได้มีดูงาน รพ ให้โอกาสคิดก่อน ตัดสินใจเลือกไม่เรียนแพทย์ (แต่ก็ดูงานแต่ในเวลาราชการ และในบริเวณที่ไม่อันตรายต่อผู้ป่วย ดังนั้นก็ไม้ได้เห็นการบริการนอกเวลา ไม่เห็นผู้ป่วยอาการหนัก ฉุกเฉิน อาจตัดสินใจผิดเลือกเรียนแพทย์อยู่ดี)

ในระยะ 5-10 ปีนี้ มีเพิ่มเงิน ให้กว่าอดีตเยอะ  เพื่อช่วยไม่ให้แพทย์ ลาออกไป ไปอยู่ในที่สบาย งานน้อย เงินดี  มากกว่า     ก็ช่วยได้ ระดับหนึ่ง เพราะถึงเงินดี แต่งานสาหัส พอมีเหตุการณ์ ผิดพลาด จากการทำงานเกินกำลัง ก็คับข้องใจ ก็ พร้อมลาออกอีก

ดิฉันเห็นหมอลาออกจากราชการ ก็ เสียใจแทนราชการ แต่ก็ไม่เคยห้าม เพราะทราบว่า ไม่ไหวจริงๆ เขาถึงลาออกกัน

ตัวเราไม่สามารถ แก้ ที่ระบบได้ แต่แก้ที่ให้กำลังใจ ณ จุดที่เราอยู่ได้ค่ะ

สำหรับน้อง ฝากคุณแม่บอกเขาว่า การไม่ได้ นอนของเขาในการอยู่เวรนั้นมีคุณค่าอย่างยิ่ง หากเขาไปนอนในตอนนั้น  และละทิ้งงาน อันสำคัญละทิ้งผู้ป่วย จะไม่เพียงมีผลต่อผู้ป่วย คนนั้นเท่านั้น แต่ผลกระทบไปถึงครอบครัวเขา สังคมรอบตัวเขา  และสังคมทั้งหมด ว่าจะเกิดความสิ้นหวังในระบบสุขภาพ รู้สึกแย่ว่าไม่มีใครช่วยเหลือขณะที่กำลังป่วยหนัก ทุกข์ แสนสาหัส จะเกิดไมไว้วางใจกัน เป็นศัตรู ทำร้ายกันด้วย กริยา วาจา และการกระทำที่รุนแรงต่อได้

คุณแม่จงภูมิใจ และกอดเขา บอกด้วยว่า เราภูมิใจ ที่เขาทำงานยากนี้ได้ การทำงานนี้ ยากๆ ซึ่งแม้นแต่คุณแม่ยังทำได้ยาก แต่เขาทำได้ ทำให้ เรามั่นใจว่า เขาจะทำอะไร ก็ สำเร็จ ต่อไปในภายภาคหน้าค่ะ

ฝากขอบคุณ น้องextern ด้วย ว่า

การกระทำ ของเขาเป็นตัวอย่าง เป็นการให้ กำลังใจแก่คนทำงานรอบตัวเขา เมื่อหมอไม่ละทิ้ง ดูแลผู้ป่วยด้วยความเสียสละ ยอมทุกข์กาย เพื่อช่วยเหลือ คนที่ประสบทุกข์ กว่า 

คนรอบตัว พยาบาล พนักงาน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ พนักงานอื่นๆ ก็ จะยินดี มีกำลังใจ และจะยอม ลำบาก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย เหมือนเขาด้วย

เรื่องความดี ความงามที่เขาทำ ไม่ได้ อยู่ แต่ที่เขา แต่มันส่งผ่าน ขยายต่อในคนที่อยู่ รอบๆ ตัวเขา ให้อยากทำดีต่อไปอีกได้ จริงๆ

แม้แต่ดิฉันเอง ก็อ่านเรื่องที่คุณแม่เล่ามานี้ ด้วยความรูสึก ที่ดีมาก และยังรู้สึกชื่นชม น้องเขาด้วย

ต้องบอก คุณแม่เลย ว่า เขากำลังจะเติบโต ไปในเส้นทางที่ดี เราจะได้หมอใหม่ ที่ดี ที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ ก็ ด้วยการอดทนกับความสำบากแบบเขานี้

และเราต้องการตัวอย่างดีๆ อย่างที่เขาทำอีกเยอะๆ เลย

คุณแม่เล่ามาอีกนะคะ