...

 

ภาพที่ 1: ภาพโรค "(แบบว่า)หัวเบี้ยว" มองจากด้านบน > [ rch.org.au ] 

  • โรงพยาบาลเด็กหลวงเมลเบิร์น (Royal Children's hospital, Melbourne) กล่าวว่า ภาวะหัวเบี้ยว (uneven head; un- = ไม่; even = สม่ำเสมอ / misshapen; mis- = ผิดปกติ; shapen = จัดรูปทรง) มักจะค่อยๆ หายไปใน 6 สัปดาห์แรก แต่ก็ไม่หายไปทุกราย

...

  • คำแนะนำทั่วไปคือ เด็กขวบปีแรกควรนอนหงาย ไม่ใช่นอนคว่ำ เพื่อป้องกันโรคเด็กตายเฉียบพลันหรือ "ซิดส์ (SIDS / sudden infant death syndrome)" ที่พบบ่อยในเด็กฝรั่ง ซึ่งนอนคว่ำ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นผลจากการหายใจในท่านอนคว่ำไม่สะดวกเท่าท่าอื่นๆ
  • ถึงแม้ว่าจะเป็นการนอนหงายก็ควรเอียงหัวเด็กนิดหน่อย เอียงขวา(ด้านหลัง)ลงสลับกับเอียงซ้าย(ด้านหลัง)ลง จุดสำคัญคือ ควรสลับตำแหน่งหัวเด็กทุกครั้ง (สลับซ้ายขวา)

...

  • ช่วงที่เด็กตื่นอยู่ (และมีคนเฝ้าดูแล) ควรจัดให้เด็กนอนตะแคงขวาบ้างซ้ายบ้างเป็นหลัก และนอนคว่ำ (ช่วงตื่นและมีคนดูแล) เป็นครั้งคราว เพื่อเปลี่ยนแรงกดต่อกะโหลกศีรษะไปหลายๆ ตำแหน่งเสมอ
  • การรักษาเด็กที่มีหัวเอียงมากๆ มีการทำหมวกพิเศษให้สวมใส่วันละ 23 ชั่วโมง ถอดตอนอาบน้ำ (คล้ายๆ กับการใส่ที่ดัดฟัน) มีการปรับเปลี่ยนหมวกทุกๆ 1-2 สัปดาห์ ใส่นาน 2-5 เดือน > [ rch.org.au ] 

...

ภาพที่ 2: หมวกพิเศษที่ใช้รักษาโรค "(แบบว่า)หัวเบี้ยว" > [ plegiocephalycare.org ]

คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะเชื่อว่า ภาวะ(แบบว่า)หัวเบี้ยวหรือ 'plegiocephaly [ เพล - จิ - โอ - เค้ฟ - อา - ลี ]' หรือหัวข้างใดข้างหนึ่งแบนลง (flattening / flat head) ทำให้หัวเบี้ยว เกิดจากท่านอน (sleeping positions) ในวัยเด็ก

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์อัลเบิร์ต เค. โอ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ โพรวิเดนซ์ โรห์ด ไอส์แลนด์ สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างเด็กเล็ก 434 คนซึ่งมีหัวเบี้ยว

...

ผลการศึกษาพบว่า ภาวะหัวเบี้ยวไม่ได้เป็นจากท่านอน (นอนหงาย) เป็นหลัก ทว่า... เป็นผลจากหลายๆ ปัจจัยรวมกัน เช่น เพศ ฯลฯ

  • (1). ผู้ชายมีแนวโน้มจะมี "หัวเบี้ยว" มากเป็น 2 เท่าของผู้หญิง
  • (2). เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ประมาณ 36 สัปดาห์ มีหัวเบี้ยวมากกว่าเด็กที่ครบกำหนดหรือ 40 สัปดาห์
  • (3). เด็กที่หัวเบี้ยวน้อยกว่าครึ่งหนึ่งมีกล้ามเนื้อคอเกร็ง หรือไม่สมดุลย์ (ซ้ายไม่เท่ากับขวา) ที่เรียกว่า 'torticollis'
  • (4). การสวมใส่ "หมวกกันหัวเอียง" ไม่ทำให้อาการดีขึ้น
  • (5). คุณแม่ที่ท้องมาหลายครั้ง (multiple pregnancies) มีโอกาสมีลูกหัวเบี้ยวเพิ่มขึ้น นั่นคือ ลูกคนหลังๆ มีโอกาสหัวเบี้ยวมากกว่าลูกคนแรก 

...

ถึงตรงนี้... ขอแสดงความดีใจกับพวกเราส่วนใหญ่ที่หัวคงจะไม่เบี้ยว... ส่วนท่านที่หัวเบี้ยวนิดๆ หน่อยๆ (เช่น ผู้เขียน เป็นต้น) ขอให้ใช้ยา "ทำใจ" กันต่อไป และให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

... 

ที่มา                                                       

  • Thank Reuters > Risk factors for severe head flattening identified > [ Click ] > March 25, 2009. / Source > J Craniofacial Surgery. March 2009.
  • ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + สำนักงานสาธารณสุขลำปาง + โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง.
  • ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 25 มีนาคม 2552.