ทำงาน-วิจัย-ทำงาน-วิจัย... (R2R2R) หมุนวนงานประจำกับงานวิจัยควบคู่กันไปอย่างนี้เรื่อยๆ
เมื่อพูดถึงงานวิจัย หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว และไม่คิดว่าจะมีอะไรที่จะเกี่ยวข้อง หรือมีความจำเป็นในการทำงานในภาคสนาม ที่เป็นเรื่องของการส่งเสริมและพัฒนาชาวบ้าน-เกษตรกร งานวิจัยน่าจะเป็นเรื่องของนักวิชาการที่อยู่ในสถาบันวิชาการ หรือองค์กร-ศูนย์วิจัยต่างๆ เท่านั้น
แต่หากเรามองมุมที่ต่างออกไป ในการทำงาน หรือแม้แต่การทำมาหากินของชาวบ้าน ก็ล้วนแต่ต้องมีการศึกษา ทดสอบ สังเกต และหาบทสรุปของปัญหา หรือหาแนวทางแก้ไขพัฒนาการทำงานและการทำมาหากินกันอยู่แล้ว ซึ่งก็ล้วนแต่ต้องใช้กระบวนการหรือเครื่องมือในการศึกษา-วิจัยกันอยู่แล้วนั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ วิจัยในอาชีพหรือในงานนั้นเราก็ได้ทำกันอยู่บ้างแล้วนั่นเอง ไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะไม่ได้ทำเป็นระบบ หรือนำมาแลกเปลี่ยนเผยแพร่ให้ทราบกันแค่นั้นเอง
ทำไมถึงต้องนำประเด็นของการวิจัยในงานมาแลกเปลี่ยน ก็เพราะว่าจากประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านๆ มา นักส่งเสริม-พัฒนามักจะถูกกำหนดให้ทำงานที่สำเร็จรูป คือทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ที่ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมหรือโครงการสำเร็จรูปที่ถูกกำหนดมาจากส่วนกลาง เมื่อทำไปนานๆ เข้า ก็เกิดความคุ้นชินและอ่อนล้าจนไม่อยากที่จะคิดอะไรเอง (บางทีระบบการทำงานก็ส่งผลให้เป็นเช่นนั้น เคยได้ยินหลายคนบ่นเสมอๆ ว่า..คิดไปก็เท่านั้น)
วิจัยในงาน หลายๆ องค์กรได้นำมาใช้กันมากแล้ว บางแห่งจะเรียกว่า “วิจัยในงานประจำ” “งานประจำสู่งานวิจัย” “R2R” หรือจะต่างจากนี้ แต่ก็คงจะมีหลักคิดและแนวปฏิบัติที่ไม่แตกต่างกัน งานวิจัยเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นการหาความรู้ความจริงอย่างเป็นระบบ มีวิธีการที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเราก็สามารถนำปัญหาของงาน - ปัญหาของชาวบ้าน – เกษตรกรมาเป็นโจทย์ของงานวิจัยได้ เพื่อที่จะค้นหาความรู้ความจริงว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แล้วจะแก้ปัญหาหรือหาทางออกเหล่านั้นได้อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราสำรวจหรืออ่านข้อมูลจากการรายงานตามปกติ พบว่าผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดหนึ่งในพื้นที่มีความแตกต่างกัน ทั้งๆ ที่ปลูกพืชในตำบลเดียวกัน ประเด็นข้อสงสัยของเราอาจเกิดขึ้นมาในใจแล้วว่า ทำไมผลผลิตของพืชชนิดเดียวกันของตำบลนี้จึงแตกต่างกันมาก เพียงแค่นี้เราก็สามารถนำมาสร้างข้อคำถามหรือพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยในงานประจำของเราได้ เมื่อสงสัยก็ต้องศึกษาเพื่อหาคำตอบ ก็อาจจะต้องลงไปศึกษา เก็บข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นเพราะเหตุใด เมื่อได้คำตอบไม่ว่าจะด้วยเพราะว่าสภาพของดิน พันธุ์ การดูแลรักษา ฯลฯ ก็นำไปสู่การกำหนดแนวทางพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตของพืชชนิดนั้นๆ ในบางแห่ง-บางเขตที่ต่ำกว่าคนอื่นในตำบลของเราได้
ที่กล่าวมานั้น เป็นการยกตัวอย่างง่ายๆ และคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากและเรื่องที่ทำไม่ได้ ในพื้นที่และชุมชนนั้นมีประเด็นที่ท้าทายและน่าสนใจอยู่มากมาย หรือแม้แต่เมื่อเราทำงานตามโครงการแล้วทำสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ เพียงประเด็นนี้เราก็สามารถศึกษาต่อได้ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ หรือว่าทำไมถึงสำเร็จ ก็จะเกิดความรู้ความจริงในงาน ที่สามารถนำไปใช้-ปรับ/ประยุกต์ใช้ในงานลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปได้ นี่ก็สามารถวิจัยในงานได้เช่นกัน
ประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น หากเราเปลี่ยนแนวคิดใหม่ คิดงานส่งเสริม-พัฒนาในพื้นที โดยการนำเครื่องมือการวิจัยมาใช้ ทำงาน-วิจัย-ทำงาน-วิจัย... (R2R2R) หมุนวนงานประจำกับงานวิจัยควบคู่กันไปอย่างนี้เรื่อยๆ เราก็จะทำงานอย่างมีความสุข มีงาน มีผลของงานที่เป็นรูปธรรม งานที่มีอยู่ในรูปแบบเดิมก็จะไม่น่าเบื่อ โครงการ-กิจกรรมสำเร็จรูปต่างๆ ก็สามารถนำลงสู่เป้าหมายได้อย่างตรงจุด เพราะเราได้ศึกษาพื้นที่และข้อมูล รู้เหตุผล และความจำเป็นเร่งด่วนและแนวทางพัฒนาในบางประเด็นของปัญหาไว้บ้างแล้วนั่นเอง
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วีรยุทธ สมป่าสัก 26 มีนาคม 2552
R2R ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ ถ้าอยากทำ และทำจริง มาให้กำลัใจค่ะ
-สวัสดีครับอ้ายสิงห์
-วันนี้ทำไมไม่มาเยี่ยมกลุ่มยุวเกษตรกร ละครับ
-สบายดีน่อ