สมุนไพร

 ...สมุนไพรนับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย  เพราะในอาหารที่เรารับประทานกันในปัจจุบันล้วนแต่มีพืชที่เป็นสมุนไพรเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น  ไม่เพียงแต่ให้ความอร่อยยังมีผลในการป้องกันโรคการบำบัดรักษาโรคได้ด้วย  นอกจากนี้ยังพบได้ในน้ำดื่มดับกระหายคลายร้อนก็อย่างเช่น  น้ำกระเจี๊ยบ  น้ำใบบัวบก  เป็นต้น  ซึ่งพบว่าในปัจจุบันนี้สมุนไพรไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  ก็เนื่องจากมีการศึกษาและเผยแพร่เกี่ยวกับประโยชน์ของสมุนไพรที่มีอยู่ไกล้ตัวเรามากขึ้น  และจากผลเสียหรือผลข้างเคียงจากยาแผนปัจจุบันที่มีค่อนข้างมาก  ดิฉันเองก็มีความเกี่ยวข้องกับสมุนไพรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยตั้งแต่เด็ก  เพราะถ้าเป็นที่บ้านคนอื่นคงมียาสามัญประจำบ้าน  แต่ที่บ้านของดิฉันต้องเรียกว่ายาสมุนไพรประจำบ้าน  ไม่ว่าจะเป็นไข้ ปวดท้อง  ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  ท้องผูก  เป็นต้น  แต่บางครั้งการใช้ยาสมุนไพรก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความรู้ในการนำสมุนไพรมาใช้ของแต่ละบุคคลด้วย  เพราะว่าการใช้สมุนไพรก็มีทั้งประโยชน์และโทษเช่นกัน  แต่ถ้าสนใจหรือต้องการจะใช้สมุนไพรจริงๆ  ก็ต้องมีการเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ  มีการรับรองคุณภาพ  และที่สำคัญต้องเลือกใช้ให้ถูก  คือ  การใช้ให้ถูกส่วน  สมุนไพรไม่ว่าจะราก  ใบ  ลำต้น  จะมีฤทธิ์ไม่เท่ากัน  การใช้ให้ถูกต้น  สมุนไพรบางอย่างมีชื่อซ้ำกัน  บางถิ่นเรียกต่างกัน  จึงต้องรู้จักและต้องใช้ให้ถูก  ใช้ให้ถูกขนาด  ก็เหมือนการใช้ยาแผนปัจจุบัน  หากใช้น้อยเกินไปอาจไม่มีผลรักษา  แต่ถ้าใช้มากเกินไปก็อาจทำให้เกิดพิษต่อร่างกายได้  ใช้ให้ถูกวิธี  สมุนไพรบางอย่างต้องใช้สด  บางอย่างต้องต้ม  บางอย่างต้องผสมเหล้า  และต้องใช้ให้ถูกกับโรคหรืออาการที่เราต้องการรักษาด้วย  ซึ่งหากเราแบ่งประเภทตามการรักษาโรคก็จะแบ่งได้ดังนี้
             1. พืชหอมต่างๆ เช่น  กุหลาบมอญ  กลีบดอกสดมีน้ำมันหอมระเหยแก้อ่อนเพลีย
            
2. ยาแก้โรคผิวหนัง  เช่น  ขมิ้นชัน  ใช้เหง้าสดฝนน้ำทาแก้คัน
             3. ยาถอนพิษต่างๆ  เช่น  ประยงค์  รากใช้เป็นยาถอนพิษเบื่อเมา  ทำให้อาเจียน
             4. ยาแก้อ่อนเพลีย  บำรุงกำลัง  เช่น  จันทน์เทศ  ลูกจันทน์ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง
             5. ยาแก้ไข้  ลดความร้อน  เช่น  กระทงลาย  ใช้รากเป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย
             6. ยาขับน้ำนม  เช่น  กุยช่าย  ใช้ทั้งต้นกินเป็นผักช่วยขับน้ำนม
             7. ยาถ่าย  ยาระบาย  เช่น  ขี้เหล็ก  ใช้ใบอ่อนต้มดื่มเป็นยาระบาย
             8. สมุนไพรพิกัดไทย  เช่น  พิกัดตรีผลา  พิกัดตรีกฎก  พิกัดตรีกาฬพิษ  พิกัดจตุกาลธาตุ  พิกัดเบญจกูล  พิกัดเบญโลกวิเชียร

             9. ยาแก้ไอ  ขับเสมหะ  เช่น  จิก  เมล็ดใช้เป็นยาแก้ไอในเด็ก
             10.ยาถ่ายพยาธิ  เช่น  แก้ว  ใบใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด
             11.ยาแก้บิด  ท้องเดิน  เช่น  กระชาย  เหง้าใช้รักษาโรคบิด  แก้ปวดมวนท้อง
             12.ยาบำรุงหัวใจ  เช่น  ชมพู่น้ำดอกไม้  ใช้ปรุงเป็นยาหอมชูกำลัง  บำรุงหัวใจ
             13.ยาขับประจำเดือน  เช่น  ว่านชักมดลูก  ใช้เหง้ารักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ

             14.ยาเจริญอาหาร  เช่น  เหง้าแก่ทั้งสดและแห้งใช้เป็นยาขับลมและช่วยให้เจริญอาหาร
             15.ยาแก้โรคเรื้อน  เช่น  กระเบา  ใช้น้ำมันที่บีบจากเมล็ดรักษาโรคเรื้อน
             16.สมุนไพรแก้มะเร็ง  สมุนไพรที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าใช้รักษามะเร็งหรือก้อนเนื้อร้าย  ได้แก่  แพงพวยฝรั่ง
             17.ยาแก้อักเสบ  ปวดบวม  เช่น  มะขวิด  ใช้ใบตำทาหรือพอกแก้ปวดบวม
             18.ยาบำรุงเลือด  เช่น  ฝาง  ใช้แก่นเป็นยาขับระดู  บำรุงเลือด
             19.ยาแก้ริดสีดวงทวาร  เช่น  เพชรสังฆาต  ใช้เถาสดกินแก้ริดสีดวง
             20.ยาขับปัสสาวะ  เช่น  สัปปะรด  ใช้เหง้ามีฤทธิ์ขับปัสสาวะ  แก้นิ่ว


                                  

การใช้สมุนไพรเหล่านี้ในการบำบัดรักษาโรคสามารถใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยวหรือใช้ในรูปแบบตำรับสมุนพรก็ได้  ปัจจุบันยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้รักษาโรคได้มีทั้งหมด 28 ขนาน  เช่น  ยาจันทน์ลีลา  แก้ไข้ ตัวร้อน  ยามหานิลแท่งทอง  แก้ไข้  หัด  อีสุกอีใส  เป็นต้น  และยังมีสมุนไพรที่นิยมใช้เดี่ยว ๆ ในการรักษาโรคที่พบบ่อย ได้แก่  
สมุนไพรแก้ไข้            ฟ้าทะลายโจร  บอระเพ็ด
สมุนไพรแก้ท้องเสีย     กล้วยน้ำว้า  ผรั่งดิบ  ทับทิม
สมุนไพรแก้ไอ            มะแว้ง  ขิง  มะนาว
สมุนไพรแก้ท้องอืด      ขมิ้นชัน แห้วหมู กระชาย
สมุนช่วยให้นอนหลับ    ขี้เหล็ก ดอกบัวหลวง หัวหอมใหญ่  
สมุนไพรแก้เชื้อรา        กระเทียม ข่า ชุมเห็ดเทศ
สมุนไพรแก้เริม           เสลดพังพอน


 หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม

http://samunpri.com