ารที่วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนเชิญผมมาให้คำปรึกษา และ แลกปลี่ยนเรียนรู้โดยแชร์ประสบการณ์กันทั้งคู่จากการเสวนา และพาไปดูงานในสถานที่จริงในพื้นที่ตามวิถีแห่งวิทยาลัยชุมชน บนความพยายามในการทำงานและความจำกัดของทรัพยากรด้านการบริหาร โดยผสมผสานจุดเด่นของอาชีวะศึกษา กับ กศน. สานต่อด้วยการบริหารโดยภาคประชาชน คนของวิทยาลัยชุมชนส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการบรรจุมาเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ และอัตราจ้างตามระเบียบพัสดุจ้างเหมาบริการ ที่สร้างความชำนาญในการใช้ ICT ได้เป็นอย่างดี ตามวิถีแบบคนรุ่นใหม่ ผมจึงให้ความรู้เสริมเติมแต่งให้เข้มแข็งในการจัดการความรู้ในองค์การผ่านเว็บบล็อกแก่วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนแห่งนี้ เพื่อที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและสร้างงานบนพื้นฐานการเป็นแห่งองค์การแห่งการเรียนรู้ที่ต้องอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงให้อยู่รอดต่อไป

 

ผอ.และรองผอ.วชช.แม่ฮ่องสอนและคกก.สภาวชช.

พื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ วชช.แม่ฮ่องสอน เกาะติด ตามติดไปในหุบเขาทางเข้าลำบากไม่เบาในการเข้าถึง ซึ่งเป็นผู้จบอนุปริญญาจาก วชช. แล้วต่อยอดความรู้เกษตรอินทรีย์ และมี วชช.ทำสัญญากับบริษัทให้เข้ามาส่งเสริมและรับซื้อผลผลิต

การใช้ศาลาสร้างองค์ความรู้ชุมชนที่มีอยู่ในหลายอำเภอ ซึ่งเทศบาลสร้างให้ ผู้ใช้คือวชช. ม.ราชภัฏ และหน่วยงานอื่นๆ ทำเป็นศูนย์ไอซีทีชุมชนได้ ในการสนับสนุนของกระทรวงไอซีที ให้ผู้เรียนและประชาชนมาใช้บริการได้ แต่วชช.ยังไม่มีการจัดการสื่อสารกันในองค์การอย่างมีประสิทธิภาพ ผมจึงช่วยพัฒนาความคิดการจัดการความรู้ในองค์การผ่านเว็บบล็อกให้แก่ วชช.แม่ฮ่องสอน