การประชุม กกอ. ครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๔ มี.ค. ๕๒ สนุกมากสำหรับผม ดร. ถนอม อินทรกำเนิด ผู้เบรคประธานหลายหน พูดหลังประชุมทำนองออกตัว แต่ผลกลับมองว่า นี่คือคุณค่าของการเป็นกรรมการ ทำหน้าที่กำกับดูแลเรื่องที่ซับซ้อนและมีความสำคัญต่อบ้านเมือง กรรมการต้องแสดงความเห็นที่แตกต่างกันได้ โดยไม่รู้สึกไม่ดีต่อกัน ต้องให้คุณค่าต่อความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย และให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยมุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่ระบบอุดมศึกษา และแก่สังคมไทยเป็นเป้าหมายสูงสุดของ “การเดินทาง” ร่วมกัน ระหว่างทางมีการกระทบกระทั่งล่วงเกินกันเล็กๆ น้อยๆ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ก็ขอและให้อโหสิแก่กันและกัน
ทำได้เช่นนี้ นอกจากได้ผลตามเป้าหมายสูงสุดแล้ว ยังได้ผลประโยชน์เชิงมิตรภาพส่วนตัวเพิ่มขึ้นด้วย
ที่จริงยังมีท่านอื่นทักท้วงในเรื่องอื่นอีก และมีผลให้ กกอ. ลงมติต่างจากที่ฝ่ายเลขานุการเสนอ ซึ่งผมว่าเป็นมติที่ดี แสดงความรอบคอบในการทำงาน และแสดงพลังของการทำงานเป็นองค์คณะ
ผมมีความเชื่อว่า พลังของคณะกรรมการที่ทำหน้าที่กำกับดูแล อยู่ที่การทำงานเป็นทีมหรือเป็นหมู่คณะ ทำงานในลักษณะเกิด synergy ระหว่างกรรมการแต่ละท่านที่มี ประสบการณ์สูงในหลากหลายด้าน และแตกต่างกัน
ผมเข้าใจว่า ในการทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการกำกับดูแล ๒ คณะ คือสภามหาวิทยาลัยมหิดล กับ กกอ. ผมทำหน้าที่แบบ เคออร์ดิค คือไม่มีการเตี๊ยมหรือ “ขอ” ให้กรรมการท่านใดท่านหนึ่งสนับสนุนหรือคัดค้าน ไม่ว่าเรื่องใด คือให้เกียรติแก่กรรมการแต่ละท่านทำหน้าที่ตามความเชื่อ คุณค่า และประสบการณ์ ของแต่ละท่านอย่างอิสระ โดยมติที่ออกมาจะเป็นผลของ synergy ระหว่างข้อมูล (ข้อเท็จจริง) และความเห็นที่แตกต่างหลากหลายของกรรมการ
วิจารณ์ พานิช
๖ มี.ค. ๕๒