ทรายแต่ละเม็ดก็เหมือนชีวิตเราในแต่ละวัน

นาฬิกาทรายที่เหลือน้อย

 

                หากมองดูเวลาของชีวิตคนเรา แล้วนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งของสักอย่างก็น่าจะเป็นนาฬิกาทรายหนึ่งเรือนที่กำลังไหลลงกระเปาะล่างอยู่ทุกวันๆ แล้วถ้าเราลองนึกดูไหมว่าคนในครอบครัวของเราละ   นาฬิกาทรายแต่ละเรือนมีทรายที่เหลืออยู่เท่ากันหรือเปล่า ก็ตอบตอบได้ทันทีว่า ไม่เท่ากันแล้วใครละที่นาฬิกาทรายกำลังไหลไปรวดเร็วจนแทบใกล้จะหมดอยู่เต็มที นั้นก็คงจะหมายถึงคนที่ดูแลห่วงใยปกป้องเรามาตั้งแต่เราลืมตามาดูโลก โดยไม่ได้หวังอะไรเป็นการตอบแทนเพียงแค่ให้ชีวิตของเรามีความสุข มีอนาคตที่สดใส นั้นก็คือพ่อและแม่ของเราทุกคน

                ตั้งแต่ที่เราได้รับนาฬิกาทรายมาเป็นของตัวเอง ท่านก็แทบจะมอบนาฬิกาทรายของท่านเองให้กับเราด้วยเช่นกัน มีคนเคยเล่าเรื่องคนข้ามฝั่ง ให้ผมฟังว่า มีชายหญิงอยู่คู่หนึ่ง นั่งเรือลำน้อยข้ามฝั่งของแม่น้ำอันเชี่ยวกราด ชายหญิงทั้งสองก็ช่วยกันพายเรือไปด้วยกัน อยู่มาวันหนึ่งก็มีเด็กผู้หญิงเกิดขึ้นมาในเรือ ฝ่ายผู้เป็นพ่อก็ยอมกระโดดลงจากเรือเพื่อให้ลูกสาวของตนได้นั่ง แล้วก็เกาะเรือลำนั้นว่ายน้ำข้ามฝั่งไป สองสามปีผ่านไปก็มีเด็กชายเกิดขึ้นบนเรือ ฝ่ายผู้เป็นแม่ก็ยอมสละที่นั่งของตนกระโดดลงจากเรือเพื่อให้ลูกชายของตนได้นั่ง ส่วนตนเองก็เกาะข้างเรือแล้วว่ายน้ำต่อไปเพื่อพาลูกทั้งสองคน ข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง หากชายหญิงคู่นี้ว่ายน้ำเกาะเรือพาลูกทั้งสองไปถึงฝั่งได้ ท่านก็คงจะได้พักผ่อนเสียที แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นละ หากท่านทั้งสองหมดแรงขณะที่กำลังว่ายน้ำเพื่อพาลูกข้ามแม่น้ำอยู่ ท่านก็คงจะปล่อยมือตัวเองที่หมดเรี่ยวแรงจะว่ายไปต่อ  แล้วจมหายลงไปในแม่น้ำอันเชียวกราด หากเราเป็นลูกทั้งสองที่นั่งอยู่บนเรือเราจะรู้สึกอย่างไร เหตุการณ์นี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนแต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับตัวเราละก็ เราได้ทำอะไรให้ท่านขณะที่ท่านกำลังว่ายน้ำเกาะเรืออยู่หรือเปล่า............