เกือบหาทางเข้ามาไม่เจอ.... ไม่ได้เข้ามานาน
อยากเล่าประสบการณ์ตื่นเต้นเล็ก ๆ ที่เกิดกับตัวเอง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมขับรถของญาติออกจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสระบุรีโดยใช้ทางด่วนดอนเมือง
ขณะกำลังเปิดกระจกจ่ายเงินที่ด่านเก็บเงินด่านสุดท้าย
ได้สังเกตุเห็นควันพุ่งออกมาจากกระโปรงหน้ารถ เลยขับออกมาจอดแอบข้างทาง เพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติ
พอลงจากรถมาดู สังเกตุเห็นมีลูกไฟตกจากห้องเครื่อง ลงมาที่พื้น ด้วยความตกใจเลยรีบบอกให้คนที่อยู่ในรถลงมาให้หมด ผมเองก็วิ่งหลบห่างออกมา แล้วพอตั้งสติได้ ผมก็เลยขอถังดับเพลิง จากที่ทำการเจ้าหน้าที่เก็บเงินทางด่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ส่งทีมกู้ภัยมาช่วยฉีดน้ำยาดับเพลิงจนไฟดับ ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไว้ด้วย ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถก็ไม่มากนัก มีพัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์กับพัดลมระบายความร้อนของระบบแอร์ที่ถูกไฟไหม้ สายไฟ ท่อน้ำยาแอร์เริ่มจะละลายบางส่วน และฉนวนที่บุกับฝากระโปรงเกิดการไหม้
แต่ผมอยากนำสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ มาแลกเปลี่ยนไว้ก็คือ
1. ผมไม่ได้โชคร้ายเกินไปนัก จึงรู้เหตุค่อนข้างเร็ว โดยที่ไฟยังลุกลามไม่มาก และบริเวณที่รู้ตัวสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้
ถ้าเหตุไม่ได้เกิดบนทางด่วน ผมอาจหาเครื่องดับเพลิงไม่ได้ จนทำให้ความเสียหายเกิดขึ้นมากกว่านี้ ผมได้รู้ว่า รถที่ผมขับมา(น่าจะรวมถึงรถส่วนใหญ่ที่ใช้กับบนถนน)
ไม่มีถังดับเพลิงติดรถไว้ ส่วนรถของผมเอง แม้จะมีถังดับพลิงติดรถไว้ แต่ก็เป็นถังขนาดเล็ก ถ้าเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นไม่น่าจะพอเพียงต่อการดับไฟ เพราะ
ถังดับเพลิงที่นำมาใช้บนทางด่วน เป็นถังที่ติดตามสำนักงานทั่ว ๆ ไป ซึ่งใหญ่กว่าที่ผมมีติดรถอยู่มาก ยังต้องฉีดจนหมดถัง จึงจะดับไฟได้
2. ผมสังเกตุท่าทางเจ้าหน้าที่ ที่มาช่วยดับไฟรถ เหมือนกับดับไฟไม่ค่อยเป็น สังเกตุได้จากตอนที่เกิดเหตุตอนต้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้นึกถึงถังดับเพลิง แต่ผมได้ยินคนเรียกให้เอาน้ำ
มาดับไฟ และตอนที่ผมขอถังดับเพลิงมาแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ใช้ถังดูไม่ค่อยคล่อง ขณะที่จะเปิดฝากระโปรงรถเพื่อดับไฟ ไม่ได้ระวังว่าไฟอาจลุกโชนขึ้นได้
3. ตอนที่ให้รถลากเอารถที่เสียไปเข้าศูนย์ซ่อม ผมสังเกตุได้ถึงความแตกต่างในการให้บริการของศูนย์ของรถที่เสีย กับศูนย์ของรถยี่ห้อที่ผมใช้ (ยี่ห้อที่เป็นยอดนิยมของประเทศไทย
ตอนนี้ได้ข่าวว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลกแล้ว) รถที่ถูกลากไปเข้าอู่มีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยมาถามว่า รถเสียเป็นอะไร ระบบไหน พอผมบอกว่าพัดลม- ระบบไฟ เขาก็บอกให้ลากไปที่ชั้นสาม
นี่ถ้าเป็นคนที่ไม่มีความรู้อยู่บ้างว่ารถเสียตรงส่วนไหน เขาจะเอารถไปจอดให้ซ่อมที่ไหนได้ ผิดกับรถยี่ห้อยอดนิยม ที่เมื่อรถเข้าศูนย์ไปจะมีจุดรับรถ คนรับรถจะถามอาการว่าเป็นอย่างไร
แล้วที่เหลือในการนำรถไปเข้าช่องซ่อมจนกระทั่งซ่อมเสร็จเรียบร้อยพนักงานเขาบริการให้เสร็จ เจ้าของรถไปนั่งจิบกาแฟ ดูหนังรอจ่ายตังได้เลย เขามีวิธีการดูแลลูกค้าอย่างนี้ ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นแถวหน้าของตลาดรถได้นั่นเอง
โชคยังดีนะคะที่คนในรถไม่ได้เป็นอะไรเลย..เพราะความที่เราช่างสังเกตน่ะเอง...แต่ทุกอย่างก็เป็นข้อมูลที่ทำให้เราต้องระวังมากมากค่ะ..ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณคุณ add ครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน
แสดงจิตสำนึกไว้โดยใช่หลักธรรมมะเข้าช่วยเพื่อในหลวงของเรา