"สันติวิธี" กับวิกฤตสังคมไทย
"สันติวิธี" กับวิกฤตสังคมไทย
โลกผ่านภาวะวิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วน เกิดความแห้งแล้งอดอยาก เกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์ เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายมาโดยเสมอ ภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นล้วนแล้วเป็นผลเกี่ยวเนื่องมาแต่การกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงในแต่ละครั้ง วิกฤติโลกครั้งใหญ่ๆก็คงหนีไม่พ้นการล่าอาณานิคม การทำสงครามลัทธิ การทำสงครามตัวแทนการปั่นหุ้น การป่วนค่าดอลลาร์และบาท ภาวะโลกร้อน และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจนแทบจะเอาน้ำคลองมาเติมรถยนต์แทน
กระชับเข้ามาโฟกัสเพียงละติจูดประเทศไทย ปรับเลนส์ซูมอีกนิดให้กล้องจับตั้งแต่เหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่โตมโหฬารนั้น สังคมไทยผ่านพบความแปลกใหม่หลากหลายมากมาย ผู้ปกครองเปลี่ยนจากศักดินามาเป็นไพร่ที่มียศตำแหน่งเกิดความวุ่นวายทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง ครั้งที่น่าปีติยินดีที่สุดคือ 14ตุลาคม 2516 และครั้งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ 6 ตุลาคม 2519 ประเทศไทยมีการสู้รบในเขตป่าเขาในทุกพื้นที่ กรณีถีบลงเขา-เผาถังแดง ในเขตพัทลุงและรอยต่อของเทือกบรรทัด ที่ต่อมาพบร่องรอยการสูญเสียไม่ต่ำกว่า 3000 ศพ นี่ยังไม่นับรวมถึงรายที่สูญหายไร้ร่องรอยอีกไม่รู้เท่าไหร่ย่างเข้าสู่พฤษภาคม 2535 เราก็เกิดเหตุการณ์ฆ่าหมู่กลางถนนอีกครั้งประวัติศาสตร์ส่วนนี้ทำให้สังคมไทยเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อย่างน้อยที่สุด-ก็อยู่ร่วมกันโดยลดความขัดแย้งชิงชังในความคิดในทัศนะที่แตกต่างต่อกัน แทบไม่น่าเชื่อว่าคนคนเดียวที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะสามารถสร้างรอยปริแยกให้แก่สังคมขึ้นมาอีกได้อย่างกว้างขวาง ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเลวหรือดี แต่เป็นความหมายของปัจเจกคนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสังคมทั้งประเทศได้ใหญ่หลวง และปัจจุบันเราพบว่าทุกคนต่างตกอยู่ในวังวนความขัดแย้ง ที่ลุกลามขยายวงกว้างออกไปไม่สิ้นสุด เราต้องเลือกฝ่ายแม้จะไม่เลือก เพราะเราจะโดนผลักให้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแม้ไม่เต็มใจ
......จะอย่างไรก็ช่าง ขอให้เราทุกคนมีจิตสำนึกที่จะไม่ซ้ำเติมและทำร้ายสังคมของเรา สังคมไทยบอบช้ำมามากเหลือเกิน ผลประโยชน์ของคนไม่ถึง 1,000 กับการเสนอแนวคิดปลุกระดมมวลชนให้คล้อยตาม ทำลายชาติของเรามามากแล้ว อยากถามว่าวันนี้ใครคือผู้เสียสละตัวจริง ท่านจงมองด้วยใจที่เป็นกลาง ได้คำตอบแล้วช่วยเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ..... ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะครับ
ผุ้ที่เสียสละก็คือผู้ที่ทำงานแทบเลือดตากระเด็นเพื่อรักษาแผ่นดินแม่ไว้ให้ พวกเห็นแก่ตัวไว้แย้งกันเกิด แย้งกันสืบพันธุ์ แย้งกันตาย ความตายของพวกเขามีไว้แค่คำว่าสดุดีวีชนคนกล้าบนหน้าจอที่วี ความหมายของความตายของเขามีค่าเพื่องให้ผู้ใหญ่ในกองทัพมาวางหรีด เสร็จก็กลับไปนั่งเซ็นอนุมัติโครงการโกงกิน รักษาเก้าอี๊ตัวเองในห้องแอร์เย็นสบาย กองทัพไทยวัยนี้ แสนยานุภาพ มีแค่เปลือก รบกับลาวยังต้องคิดหนัก โดนแขมร์มันเอวเท้าลูบหน้าแล้วยังเต๊ะท่าเป็นพี่ใหญ่อยู่ได้ พม่ามันส่งยามาให้คนไทยโง่ๆสูบกันจนชาติลมจม วัฒธรรมเกาหลี่ เข้ามาความเป็นตัวตนแห่งสยามเราหายไปกับพวกวัยรุ่นไร้จุดยืน ขาดความภูมิใจในสยามประเทศที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร มาเลย์เซีย ที่เพื่อนบ้านที่ยิ้มแย้ม เราหันหลังเมื่อไรมันกระวซวกข้างหลังยังไม่มีใครสำนึก ต่างชาติ รุมเถือเนื้อหนัง
เราแทนที่จะช่วยกันต่อต้านกลับเฉือนเนื้อแล้วโยนออกให้พวกมันเหล่านั้น พูดมาแล้วแค้นใจ ขอพระสยามเทวาธิราช พระคูณแหง่พระมหากษัติย์ไทยทุกพระองค์
จงคุ้มครองคนไทย ชาติไทย และบันดาลให้คนชั้วช้าอย่าได้ตายดี ผมจะรักษาไว้ตราบเท่าที่ลมหายใจจะอำนวย สาธู สาธุ สาธุ
ขอบคุณมากครับที่แสดงความคิดเห็น อ่านแล้วเศร้าใจจังครับ
ใครดีใครเลวก็รู้อยู่แก่ใจบุญบาปมีจริง ทุกวันนี้ช่วยประเทศชาติด้วยการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดและปลูกจิตสำนึกเยาวชนให้มีธรรมะในหัวใจค่ะ
สวัสดีค่ะน้องบุญเย็น
* อ่านแล้วเศร้าใจจัง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพราะคำว่า "อำนาจ และผลประโยชน์" ครูใจดีไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง เพราะดูจากพฤติกรรมของต่างละฝ่ายช่างขัดแย้งกับเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้อย่างสิ้นเชิง.... เมื่อไหร่จะหันหน้าเข้ากัน เลิกห่ำหั่นกัน..เสียก็ไม่รู้.....
* นักการเมืองในสภา...ทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่น อารมณ์ ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ .... ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย...ไม่น่าเชื่อว่า คำๆ นั้น จะหลุดออกมาจากปากขอ. ผู้ที่เรียนตัวเองว่า "ผู้ทรงเกียรติ" ซ้ำยังป่าเถื่อน ชกต่อยกันกลางสภา....
* เด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตขึ้นมา.... เห็นแบบอย่าง แบบนี้... สุดท้ายอะไรจะเกิดขึ้น....."ความล่มสลายของสังคมไทยที่เคยเป็นเมืองที่สงบ ร่มเย็นสามัคคี กำลังลุกเป็นไฟ เพียงกลุ่มคนอันน้อยนิดที่มีอำนาจอย่างมหาศาล"
* ไม่รู้ว่าบุญเย็นคิดอย่างไรกับเหตุการณ์เหล่านี้... แต่พี่รับไม่ รู้สึกหมดศรัทรา
* อ้อ! มีเรื่องเล่าที่เกิดกับตัวเอง "ช่วงที่ เหลืองกับแดง กำลังต่อสู้กัยอย่างหนักหน่วง ก่อนทหารจะเข้ามาทำรัฐประหาร เดือนธันวาคม 51 มีแม่ค้าที่รูกจักกันเตือนว่า "อาจารย์รถสีแดงอย่าเที่ยวไปจอดที่ไหนนะ เดี๋ยวจะโดนทุบเอาได้...." "มันเกี่ยวกันกันล่ะ รถหนูซื้อมาตั้งนานแล้ว ไม่เกี่ยวกับเสื้อแดงซักหน่อย.." (ฮอนด้าซีวิค สีแดง)
* ...ครูใจดีไปทำธุระที่ สพท.อต.1 จอดรถไว้ที่จอดใต้ต้นไป ติดรั้วสำนักงาน ที่เป็นที่จอดรถของผู้ที่มาติดต่อราชการ ประมาณ 1 ชั่วโมง....ออกมา ลมแทบใส่ รถทั้งคัน ติดไปด้วยรอบขีดข่วน ประมาณฝาขวดเครื่องดื่ม กระโปรงหน้า กระโปรงท้าย ประตูทั้ง 4 ด้าน แม้กระทั่วหลังคาก็ไม่เว้น ที่ท้ายรถเขียนคำว่า "สีแดง พวกขายชาติ... คงใช้ตะปู หรือของที่แหลมคมเขียน..... สลักไว้เหมือนยันต์เลย....."
* มอบไปรอบๆ รถทุกครั้งที่จอดอยู่ ส่วนใหญ่เป็นสีบอร์น เทา ขาว สีทอง อาจารย์ท่านอื่นๆ เข้าดูเขาบอกว่า.... โห....ขนาดนี้เลยหรือ.... ไม่ใช่ฝีมือเด็กซน ขีเเล่นๆ แน่นอน.. เอามีรถสีแดงจอดอยู่คันเดียวเสียด้วย..... ซวยไปเลย... ฮา
* ดีนะทำประกันชั้น 1 เคม ทำสีทั้งคัน.... เสียประวัติเลย.... ปีต่อไปเบี้ยประกันเลยแพง..ฮิ ฮิ.... ทำไมถึงต้องเป็นเรา.....
* พูดมากอีกแล้ว คนแก่ก็งี้แหละ... ขี่บ่นเป็นธรรมดา...
* มีความสุขทุกวัน และโชคดีนะจ๊ะ
* ระลึกถึงจ้ะ
สวัสดีจ๊ะน้องชาย
มาทักทายก่อนกับบ้าน... พึ่งประชุมเสร็จเมื่อกี้เอง.... อ้อ! เมื่อเช้าเห็นข่าว พระสงฆ์วัดหลวงพ่อโสธรประท้วง..ดูไม่ค่อยเหมะสมซักเท่าไหร่..... ดูแล้วพี่ว่าเป็นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่มหาศาลมากกว่า
* น้องบุญคิดยังงัยกับเรื่องนี้.... ก็อยากรู้นะ ว่านักสิทธิมนุษยชนคนหนุ่มอย่างบุญเย็นเขาคิดยังงัย?....
* มีความสุขทุกวันนะจ๊ะ
* ระลึกถึงน้องชายเสมอนะ ไปละ.... หิวข้าว จะกลับบ้านแล้ว...
* ไม่ว่างตอบคำถามเลยหรือพ่อหนุ่ม..... ฮ่า ไปจริง ๆ แล้ว...บายจ้า!
ดูดอกลั่นทม ก็ตรมใจแทน คนไทยที่แตกแยก
ต่างคนต่างได้รับข้อมูลที่แตกต่าง ความคิด ความเชื่อ เป็นพื้นฐานที่ทำให้คนเปลี่ยน
ไม่ทราบตื้นลึกหนาบาง เบื้องหลังเป็นอย่างไร จึงยากจะฟันธง
ต่างฝ่ายต่างทำสงครามแย่งมวลชน
เท่าที่ทราบและสัมผัสมานานวัน
คนสวมเสื้อเหลืองไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนั้น
เสื้อเหลืองส่วนใหญ่มีความรู้มีการศึกษามีฐานะทางการเงินและยึดมั่นสันติวิธี
อยู่ในฝ่ายธรรมะมาโดยตลอด
การที่ทีคนมาขีดข่วนรถแล้วบอกว่าเกลียดสีแดง ผมว่าเป็นการป้ายสีของพวกมือบอน
ขอยืนยันว่าเวลาไปนั่งชุมนุมคนที่ไม่รู้จักนั่งรอบๆตัวเราทุกครั้ง เป็นคนมีการศึกษา
เลิกงานก็มานั่งชุมนุม ที่มาเป็นครอบครัวเยอะมากๆ แล้วยังช่วยกันมาบริจาคด้วยความสมัครใจ
จุดมุ่งหมายเพื่อขจัดคนไม่ดีและปกป้องสถาบันมาตั้งแต่ปี 2549
ทุกวันนี้ก็รู้กันทั่วแล้วว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่
คนไทยน่าจะตื่นได้แล้วครับ
ไม่ใช่ว่าจนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าใครดีใครไม่ดี
สวัสดีครับคุณ Jinnipa Boonyanuwat ขอบพระคุณมากครับที่กรุณาแสดงความคิดเห็น
สวัสดีครับพี่ ครูใจดี ขอบคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยมและร่วมแสดงความคิดเห็น ระลึกถึงคุณพี่เช่นกันครับ
สวัสดีครับท่าน ผอ. พรชัย ที่แวะมาเยี่ยมและร่วมแสดงความคิดเห็น ตื้นลึกหนาบาง เบื้องหลัง ที่ท่าน ผอ. กล่าวถึง นี่สิครับเป็นสิ่งที่น่าค้นหา จากสงครามมวลชน กลายเป็นสงครามสื่อ และความสามารถในการบิดเบือน ใครบิดเบือนได้เก่น คนนั้นชนะ สื่อเป็นอำนาจที่ 3 จริง ๆ ครับ
สวัสดีครับคุณ ปรเมศร์ ธำรงค์รัตน์ ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมและร่วมแสดงความคิดเห็น