เชื่อไหมว่าการเคี้ยวทำให้คุณสุขภาพดีได้

       ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เคี้ยวอาหารไม่ค่อยละเอียดและยังรับประทานอาหารด้วยความรีบเร่งอีกด้วย และวันนี้ดิฉันก็ได้มาพบกับบทความดี ๆ จึงอยากจะแนะนำให้เพื่อนและคนที่สนใจได้มาลองอ่านกันคะ ว่าการเคี้ยวที่ดี ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพของเราบ้าง

        การเคี้ยวอาหารไม่เพียงแต่เกี่ยวกับสุขภาพเท่านั้น ยังเกี่ยวข้องกับสมรรถนะของสมองอีกด้วย เพราะการเคี้ยวมาก จะช่วยให้สมองปราดเปรียวขึ้น โดยการเคี้ยวอาหารจะกระตุ้นให้ต่อมน้ำลาย (salivary gland) และต่อมใต้หู (parotid gland) หลั่งฮอร์โมนออกมา ขณะเดียวกัน อาการเคี้ยวซึ่งทำให้ฟันบนกับฟันล่างกระทบกันก็จะกระตุ้นสมองใหญ่ด้วย การกระตุ้นนี้จะทำให้สมองใหญ่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มพลังแห่งการวินิจฉัย การขบคิดและสมาธิ

และนี้คือผลที่ได้จากการทดลองเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เคี้ยวอาหาร    

         การเคี้ยวอาหาร 30 ที ผลที่ได้จากการกินอาหารแต่ละคำ ควรเคี้ยวอย่างน้อยที่สุด 30 ที จะช่วยให้เหงือกแข็งแรง และช่วยรักษาอาการขี้หงุดหงิดจิตใจไม่สงบ

         การเคี้ยวอาหาร 50 ที จะช่วยลดการกลัดกลุ้มเจ้าอารมณ์ อย่างน้อยที่สุดช่วยให้ลืมเรื่องไม่น่าอภิรมย์ได้ในเวลากินอาหาร นอกจากนี้ ยังลดความอ้วนได้ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำที่เกินจำเป็นถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

         การเคี้ยวอาหาร 100 ที ช่วยให้หนักแน่นมากขึ้น สามารถวินิจฉัยและจัดการปัญหาต่างๆ อย่างสงบเยือกเย็น กินน้อยแต่ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มาก นอกจากนี้ยังช่วยลดการอยากอาหารประเภทเนื้อ หรือระคายต่อร่างกายได้ด้วย
    
         การเคี้ยวอาหาร 200 ที ถ้ายืนหยัดเคี้ยว 200 ที ต่ออาหาร 1 คำได้ทุกมื้อแล้ว จะหายจากโรคกระเพาะเรื้อรัง และโรคกระเพาะอาหารเป็นแผลอย่างรวดเร็ว

         ขณะเดียวกันนั้นยังช่วยให้คาดการณ์และวินิจฉัยปัญหาต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้นอีกด้วย

         เมื่อทุกคนรู้อย่างนี้แล้ว ใครที่เคี้ยวอาหารไม่ละเอียดคงต้อง เคี้ยวให้นานๆหน่อยนะจ๊ะ  เพื่อสุขภาพร่างกายของเรา กระเพาะจะได้ไม่ทำงานหนักด้วย ดิฉันเองก็เป็นคนนึงที่กินข้าวเร็วและยังเป็นคนที่เคี้ยวข้าวไม่ค่อยละเอียด บ้างทีรีบมาก ๆ ก็แทบจะไม่ได้เคี้ยวเลย  สงสัยดิฉันต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเคี้ยวอาหารบ้างซะแล้วละคะ

 

ที่มา: First magazine , web dek-d