รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา 8 รูปแบบนี้ เป็นเอกสารที่แจกในการประชุมเตรียมความพร้อม IQA (ดูท้ายบันทึกนี้) และเป็นเอกสารที่นำมาเผยแพร่ในโครงการประกันคุณภาพของภาควิชา จุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา ในวันนี้

รูปแบบเหล่านี้จะเน้นบทบาทการเรียนรู้ให้อยู่ที่ตัวผู้เรียน ในที่นี้จะใช้คำง่ายขึ้นแทนต้นฉบับเชิงวิชาการ สำหรับท่านที่จะใช้อ้างอิงกรุณาอ่านจากต้นฉบับจริง

รูปแบบการเรียนรู้ ระดับอุดมศึกษา

ใช้ปัญหาเป็นจุดเริ่ม (Problem-based learning)

  • ส่งเสริมการแก้ปัญหา มากกว่าจดจำข้อเท็จจริง
  • ส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม พัฒนาทักษะทางสังคม
  • ผู้สอนเป็นผู้แนะนำ
  • ผู้เรียนควบคุมการเรียนรู้ (คิด ดำเนินการ กำหนดวัตถุประสงค์ เลือกแหล่งเรียนรู้)
วงจรจะเป็นดังในภาพต่อไปนี้ เริ่มจากการป้อนปัญหาที่จำลองมา ให้กับกลุ่ม กลุ่มค้นคว้าอ่านวิจารณ์แล้วจัดอภิปรายร่วมกันกับสมาชิกจนได้ข้อเสนอหรือแนวความคิด นำเสนอการแก้โจทย์ให้ชั้นเรียน ชั้นเรียนร่วมอภิปราย สรุปสังเคราะห์ความรู้ที่ได้ ประเมินด้วยตนเองหรือจากเพื่อนๆ แล้วประเมินการเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ

 

Fig.Source: http://www.vcu.edu/cte/resources/nfrg/11_07_problem_based_learning.htm

 

จัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมแยกเป็นรายๆคน (Individual study)

  • ผู้เรียนมีความแตกต่างในความสามารถและความสนใจ
  • การจัดการเรียนการสอนในกลุ่มใหญ่ มีหลายเทคนิค
    1. Concept mapping ใช้การตรวจสอบความคิด ความเข้าใจออกมาเป็นภาพ
    2. Learning contracts ร่วมกันกำหนดสัญญาระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน เป็นหลักยึดเกี่ยวกับ เรื่อง วิธี ช่วงเวลาและเกณฑ์ประเมิน
    3. Know-want-learned เชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ผสานกับการทำแผนที่ความรู้เดิม ศึกษาด้วยตนเองมาเสนอหน้าชั้น อาจทดสอบผู้ฟังด้วย
    4. Group process กระบวนการกลุ่ม ให้ผู้เรียนร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด ให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

 

แบบสรรคนิยม (Constructivism)

  • ผู้เรียนสร้างความรู้โดยอาศัยประสบการณ์ชีวิต แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
    1. เน้นรู้คิดในตัวบุคคล (Radical/Personal/Cognitive-oriented constructivism) แต่ละคนรู้วิธีเรียนและวิธีคิดเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
    2. เน้นการใช้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social/Socially oriented constructivism) ความรู้นี้จะเป็นผลผลิตทางสังคม สัมพันธ์กับชุมชน และปัจจัยทางวัฒนธรรมสังคมและประวัติศาสตร์มีผลต่อการเรียนรู้

 

จากการสอนแบบ ISP

  • เป็นรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นเพื่อฝึกทักษะการสอน ฝึกจริงเข้มข้น ต่อเนื่องและเป็นระบบ

 

แสวงหาด้วยตนเอง (Self study)

  • จากการสืบค้น ค้นพบ แก้ปัญหา และเชิงประสบการณ์ ใช้ได้ทั้งรายบุคคลและกระบวนการกลุ่ม

 

จากการทำงาน (Work-based learning)

  • ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการทุกด้าน ทั้งเนื้อหา การปฏิบัติ ทักษะทางสังคม ชีวิต วิชาชีพ การคิดขั้นสูง โดยทำความร่วมมือกับแหล่งงานในชุมชน รับผิดชอบร่วมกัน (กำหนดวัตถุประสงค์ เนื้อหา กิจกรรม การประเมิน)

 

วิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ (Research-based learning)

  • เป็นหัวใจของบัณฑิตศึกษาในการพัฒนากระบวนการแสวงหาความรู้และทดสอบความ สามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง มี 4 แบบคือ ใช้วิธีวิจัยเป็นวิธีสอน ร่วมโครงการ/เป็นผู้ช่วยวิจัยของอาจารย์ ศึกษางานวิจัยในศาสตร์ที่ศึกษา และโดยใช้ผลวิจัยประกอบการสอน

 

การตกผลึกทางปัญญา (Crystal-based approach)

  • เหมาะกับบัณฑิตศึกษา มีความรู้มาระดับหนึ่งแล้ว
  • ผู้เรียน รวบรวม ทำความเข้าใจ สรุปวิเคราะห์ และสังเคราะห์ จากการศึกษาด้วยตนเอง (วิธีการคือ บอกวัตถุประสงค์ของการเรียนแนวนี้ ทำความเข้าใจเนื้อหาและประเด็นหลักของรายวิชา แล้วผู้เรียนไปศึกษาวิเคราะห์เอกสาร แนวคิดตามประเด็นที่กำหนด แล้วพัฒนาแนวคิดในประเด็นเหล่านั้น เรียบเรียงเป็นผลงานในลักษณะแนวคิดที่กลั่นกรองแล้ว วิเคราะห์เจาะลึกจนตกผลึกทางความคิดเป็นของตนเอง จากนั้นนำเสนอให้กลุ่มเพื่อนช่วยวิเคราะห์ และวิจารณ์อีกครั้ง)

 

 

 

 

 

 

ที่มา
เอกสารหมายเลข  1  :     นิยามศัพท์ (เพิ่มเติม / ปรับปรุงจากคู่มือการประกันคุณภาพฯ พ.ศ.2551) แจกใน การประชุมเตรียมความพร้อมการประเมินคุณภาพภายใน ประจำปีการศึกษา 2551 (ครั้งที่ 2/2552) วันพุธที่ 11 มีนาคม 2552 เวลา 13.30 น. -  16.30 น. ณ ห้องนเรศวร 4 อาคารสำนักงานอธิการบดี

รายละเอียดเพิ่มดูใน บทความ เตรียมความพร้อม IQA 51 บันทึก 9 มี.ค. 52 ในบลอก NUQA Staff..JR ของคุณเจนจิต ม.นเรศวร ที่ http://gotoknow.org/blog/nuqa-jr/247256

 

 

links
CTLT (Center for teaching, learning & Technology)
Active learning strategies
http://www.cat.ilstu.edu/additional/active.php