• ไม่มี “ซูเปอร์คุณอำนวย” ใด ที่จะมีครบ “ทศพักตร์”  นี่คือข้อสรุปตอนนั่งรถกลับบ้านเมื่อวาน
• “คุณอำนวย” แต่ละคน ต่างก็มีความถนัด ความเด่น ข้อด้อย กันคนละอย่างสองอย่าง    ดังนั้นการรวมตัวกันเอง จึงเท่ากับช่วย “สนธิพลัง” ทำให้ “คุณอำนวย” แต่ละคน หาทางสนธิพลังจากเพื่อนร่วมเครือข่าย เอามาสร้างความสำเร็จของตนให้ ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคนเดียว/กลุ่มเดียว จะทำได้
• เราได้พบ “คุณอำนวย” หลากหลายบุคลิก   ที่ไม่น่าเชื่อคือ มี “คุณอำนวย” ที่ไม่ค่อยพูด   แต่พอได้เขียนก็จะปล่อยลูกเล่นแพรวพราว     ผมนึกถึงนกเพ็นกวิน ที่ตอนอยู่บนบกเดินต้วมเตี้ยม    แต่พอลงน้ำไวกว่าปลาเพราะจับปลากินเป็นอาหาร
• คุณสมบัติร่วมของ คุณอำนวย ก็คือ เป็นนักทำ นักปฏิบัติ  ตรงตามคำคมของ ผศ. สมพงษ์ บุญเลิศ ในที่ประชุมว่า คุณอำนวยต้องมีขีดความสามารถ ๓ ประการหรือ ๓ ด้าน   คือด้านนามธรรม  ด้านรูปธรรม  และด้านลงมือทำ
• การ “สนธิพลังคุณอำนวย” นี้    ไม่ได้มีเป้าหมายแคบๆ แค่เพื่อให้ทำหน้าที่ “คุณอำนวย” ให้แก่หน่วยงานของตนให้ดีขึ้น   แต่มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น    คือเพื่อร่วมกันสร้างพลัง KM ประเทศไทย ให้มีความแข็งแกร่ง    เท่ากับเป็นการสนธิพลังคุณอำนวย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน KM ประเทศไทย
• ทุกคนเห็นพ้องกันว่า การฝึก “คุณอำนวยมือใหม่” เป็นเรื่องสำคัญมาก    ผมหวังว่าจะได้เห็น Training Workshop แก่ “คุณอำนวยมือใหม่” ที่จัดโดย “ชุมชน/เครือข่ายคุณอำนวย” ที่มี อ. หมอ เจเจ เป็นประธานคนแรกนี้   จัดขึ้นภายในเดือน กค. – สค. ๔๙ เป็นครั้งแรก   เป็นบริการฝึกอบรมที่มีรายได้เลี้ยงตัวได้    ไม่หวังค้ากำไร   แต่ควรมีกำไรนิดหน่อย ไว้ใช้ทำกิจกรรมของ ชมรม/เครือข่าย
• Training Workshop นี้ อาจจัดร่วมกับสมาคมอื่น หรือหน่วยงานอื่น ก็ได้    โดยคำนึงถึงการได้ strategic partnership   คือได้กำลังเสริม โดยไม่เกิดภาระด้านค่าใช้จ่ายจนโครงการเลี้ยงตัวไม่ได้
• Training Workshop นี้อาจจัดเป็นรายภาค ร่วมกับองค์กรในภูมิภาคที่มีการดำเนินการ KM อย่างเข้มแข็ง ก็ได้ 

เรียนรู้จากเวที “คุณอำนวย” ครั้งที่ ๒ (1)   เรียนรู้จากเวที “คุณอำนวย” ครั้งที่ ๒ (2)

วิจารณ์ พานิช
๒๐ เมย. ๔๙
พัทยา