เขาหลงกันเพียงแต่เปลือกก็ช่างเขาเถอะ

          อ่านตอนที่แล้ว สอนงานผ่านบล็อก : 16. จงทำตัวให้เล็กแต่ใจใหญ่

          ไม่ได้มีเจตนาที่จะตำหนิติเตียนหรือกระทบกระทั่งบุคคลใดทั้งสิ้นนะครับ   แต่เป็นคำพูดที่ผมได้ยินเมื่อประมาณ สิบปีที่แล้วจากข้าราชการผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง  ท่านเปรยๆ ว่า  เดี๋ยวนี้ข้าราชการโตแต่ซี ทำให้ผมรู้สึกสะดุด  และต้องฉุกคิดทบทวนตนเองทุกๆ ครั้งเมื่อนึกถึงคำๆ นี้   แม้ว่าวันนี้เขาจะยกเลิกระบบซี  เป็นระบบแท่งกันแล้วก็ตาม

 

        ในสังคมการทำงานไม่ว่าจะส่วนใด  คงไม่เว้นแม้แต่งานราชการ  ที่จะต้องมีการแข่งขันเพื่อปีนขึ้นสู่ตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ  ก็เวลาให้พรแก่ข้าราชการไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้ยินเสมอว่า   ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน  เป็นใหญ่เป็นโต  เป็น.....ไวๆ  แต่สิ่งที่มักจะพบเสมอ ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวข้างต้น   ก็คือมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ทางลัด   ต้องการเจริญเติบโตอย่าคำอวยพร  โดยที่สมรรถนะหรือความสามารถไม่ได้สูงตามเหมาะสมกับตำแหน่ง  ทั้งๆ ที่มีคนดีและคนเก่งกว่านี้มีมากมาย

 

        หลายคนก็โทษคนแต่งตั้งบ้าง  นักการเมืองบ้าง  หรือหลายคนก็โทษคนวิ่งเต้น หรือสรุปฟันธงไปเลยว่าระบบมันไม่ดี  ผมว่าเราอย่าไปคิดให้เปลืองเวลาของเราเลยครับ   เขาหลงกันเพียงแต่เปลือกก็ช่างเขาเถอะ ควรหันมาพิจารณาตนเองน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า    ปรับปรุง  พัฒนาขีดความสามารถของเราให้สูงขึ้นเรื่อยๆ  อย่าให้ตัวเราเป็นอย่างที่เขาว่าก็แล้วกันว่า โตแต่ซี  คือมีงานดี  มีรายได้ที่สูงขึ้น แต่ทำอะไรได้ไม่คุ้มกัน ความรู้ความสามารถสวนทางกัน 

 

        นักส่งเสริมการเกษตร  นักพัฒนา หรือคนที่ต้องลงไปทำงานกับชาวบ้าน/เกษตรกรทุกๆ ท่าน  จงอย่าให้เขาได้ตำหนิเราได้ในประเด็นนี้  เราต้องพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของเราเองอยู่เสมอ  เพราะวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเติบโต   และเมื่อวันนั้นมาถึงก็อย่าให้ใครมาดูถูกและตราหน้าได้นะครับว่าเป็นข้าราชการที่ โตแต่ซี"

 

บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

วีรยุทธ  สมป่าสัก  10  มีนาคม  2552