นานมาหลายเดือนแล้วได้ เข้าร่วมฟังงานและร่วมวิพากษ์งานวิจัยของนักศึกษาทุน CB-MAX นั่งฟังไปฟังมา ก็เลยกลับมานั่งทบทวนประเด็นเนื้อหาสาระสำคัญ นึกขึ้นได้ว่าแอบเขียนสรุปบทความเรื่องแนวการสร้างเครื่องมืองานวิจัยเชิงคุณภาพ จากอาจารย์ ดร.ชญาดาบรรยาย ก็เลยเอามาลงไว้กันลืม รู้สึกหลงไหลได้ปลื้มกับงานวิจัยแบบนี้ ที่ช่วยสร้างความคิดและจิตวิญญาณให้ตัวเองว่า เห็นว่าคนทุกคนมีศักยภาพ เห็นว่าคนทุกคนเท่าเที่ยม เห็นว่าคนทุกคนมีหัวใจ รัก โลภ โกรธ หลงเท่ากัน แต่สาระสำคัญกว่านั้น คือ เลือกเก็บเก็บเกี่ยวแต่ส่งดีๆของกัน ร่วมกันสร้างฝัน แล้วฝันของเราก็จะเป็นฝันดีร่วมกัน เพราะเรามองกันแต่สิ่งดีๆที่มีค่ะ ขอบคุนโอกาส ขอบคุณวาสนา ที่นำพาให้ได้ปฏิสัมพันธ์กับโลกและมองเห็นว่าโลกนี้มีสรรพสิ่งที่ดีและสวยงามอยู่รอบๆตัว ให้เรียนรู้และสนุกด้วยอย่างไม่ย่อท้อ
แนวทางการสร้างเครื่องมือ
หัวใจสำคัญของงานวิจัยเชิงคุณภาพ คือ การกระตุ้นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียให้เกิดการมีส่วนร่วมให้มากที่สุด การระดมให้เกิดการสะท้อนข้อมูลที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ซึ่งกระบวนการก่อนที่จะลงมือทำเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลนั้น คือ กระบวนการสร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูลที่ถือว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญสำหรับงานที่จะไขประตูโจทย์ปัญหาของงานวิจัยและนำพาไปสู่คำตอบทั้งหลายที่รออยู่ข้างหน้า แต่ก่อนที่นักวิจัยจะสร้างเครื่องมืออะไรนั้น นักวิจัยต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า ตัวนักวิจัยเองต้องการสิ่งใด อยากทราบอะไร และจะเก็บข้อมูลอะไร เครื่องมือที่จะสร้างนี้ถ้านำไปเก็บข้อมูลจริงแล้วจะทำให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ครอบคลุมให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ของโจทย์ข้อคำถามได้หรือไม่ แนวการสร้างเครื่องมือมีที่ดีนี้ มีสิ่งที่เป็นข้อพิจารณาสำหรับการสร้างเครื่องมืองานวิจัยเชิงคุณภาพดังต่อไปนี้
ก่อนที่จะสร้างเครื่องมือนั้น นักวิจัยต้องวางแผนถึงกระบวนการเก็บข้อมูลก่อนว่า นักวิจัยจะเลือกวิธีการเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เช่น จะใช้วิธีการสังเกต การบันทึก การสัมภาษณ์ การศึกษาเอกสาร หรือวิธีการอื่นใดๆ ที่จะช่วยส่งผลให้งานวิจัยนั้นๆบรรลุถึงโจทย์ข้อคำถามของนักวิจัย เมื่อได้วิธีการแล้ว นักวิจัยต้องมีแนวทางการสร้างแนวคำถามงานวิจัยว่า เป้าหมายของงานวิจัยคืออะไร นักวิจัยจะใช้ประโยชน์อะไรจากแหล่งข้อมูล ผลที่คาดว่าจะได้รับคือสิ่งใด ประเด็นข้อคำถามที่จะใช้คืออะไรบ้าง ซึ่งในเรื่องของประเด็นการออกแบบข้อคำถามนั้น มีส่วนหลักที่นักวิจัยต้องคำนึงถึงอยู่ 3 ส่วน ที่จะช่วยส่งผลให้เครื่องมือของนักวิจัยมีความตรงทั้งภายใน ภายนอก นั้นมี ดังนี้ คือ ประเด็นที่ 1 ประเด็นการตั้งข้อคำถาม นักวิจัยจะต้องวางแผนว่าจะใช้คำถามว่าอย่างไรบ้าง ที่จะทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ครอบคลุม ตรงประเด็นข้อคำถามงานวิจัย ชัดเจนในการสะท้อนตอบปัญหางานวิจัย และก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นคำถามหลักนั้น นักวิจัยต้องมีการคำถามที่จะช่วยสร้างให้เกิดความคุ้นเคยระหว่างนักวิจัยกับผู้ให้สัมภาษณ์ก่อนอย่างไรบ้างเพื่อเป็นการเปิดใจที่จะส่งผลให้เกิดประเด็นการเปิดข้อมูลที่ผู้วิจัยต้องการ และข้อคำถามเครื่องมือหลักที่สร้างได้แล้วนั้น เมื่อนำไปใช้จริงในภาคสนาม จะต้องมีการปรับการใช้ภาษาอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้สื่อความได้ชัด ตรงประเด็นและเอื้อต่อการให้ข้อมูลย้อนกลับของผู้ตอบคำถามที่มีความแตกต่างจากหลากหลายบริบทที่ซ่อนอยู่ภายในแต่ละบุคคล ประเด็นที่2 แหล่งข้อมูล คือ นักวิจัยจะต้องรู้เป้าหมายว่า จะไปเก็บข้อมูลจากใคร ที่ไหน เมื่อไร ซึ่งเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่นักวิจัยต้องคำนึงถึงคือเวลาที่ผู้ให้สัมภาษณ์สะดวกที่สุด มีแหล่งข้อมูลที่ใดบ้าง และมีใครเกี่ยวข้องกับโจทย์การวิจัยบ้าง นักวิจัยต้องทำความเข้าใจโจทย์และประเด็นให้ชัดเจน ครบถ้วน ประเด็นที่ 3 ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการเก็บข้อมูลคืออะไร คือ นักวิจัยต้องคาดคะเนว่าจะได้คำตอบว่าอย่างไร จะเกิดปฏิกิริยาอย่างไร นักวิจัยต้องมีทักษะของนักสังเกต และนักประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
ถ้านักวิจัยออกแบบประเด็นที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ชัดเจน ก็จะเกิดปรากฏการณ์และกระบวนการที่สะท้อนให้เห็นถึงการศึกษา การทำความเข้าใจบริบทที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ปัญหาของงานวิจัยจากหลายมุมมองและหลากหลายประเด็นของนักวิจัยเอง และปัจจัยเหล่านี้จะช่วยส่งผลทำให้นักวิจัยสร้างเครื่องมือที่มีความน่าเชื่อถือมีค่าความตรง(validity) และความเชื่อมั่น(reliability) ให้กับงานวิจัย ซึ่งเมื่อสร้างเครื่องมือที่มีคุณภาพได้แล้ว นักวิจัยก็ต้องวางแผนออกแบบกลุ่มประชากร(Sampling design) ในกระบวนการเก็บข้อมูล มีการซักซ้อมประเด็นข้อคำถามกับทีมวิจัยให้ชัดเจน เข้าใจประเด็นและสื่อความหมายตรงกัน ถ้านักวิจัยมีกระบวนการวางแผนที่ชัดเจน ตรงเป้าหมาย และกำหนดกลุ่มประชากรการเก็บข้อมูลที่ดี นักวิจัยก็จะได้มาซึ่งข้อมูลที่ดี ตรงประเด็นที่จะตอบคำถามงานวิจัยและมีคุณค่าต่อวงการวิจัยเชิงคุณภาพ ดังนั้น การสร้างเครื่องมือที่หลากหลายของงานวิจัยจึงเป็นการสร้างคุณค่าให้กับงานวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม(Participatory Action Research :PAR)
แนวการสร้างเครื่องมืองานวิจัยเชิงคุณภาพที่มีคุณภาพนั้น จะสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนักวิจัย ที่มีความสามรถมองกว้าง ไกล ประเมินและคาดคะเนสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างภายภาคหน้าได้ โดยการทำความเข้าใจเบื้องต้นจากการมองจากหลายมุมมอง หลายประเด็น หลายความคิดเห็น และนำข้อคิดเห็นที่ได้จากกระบวนการอันหลากหลายมาเสริมเติมเต็มซึ่งกันและกันกระบวนการเหล่านี้จะนำพาไปสู่ความเชื่อมั่น ความมีคุณภาพและคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องมือของนักวิจัย
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ
เป็นวิทยาทานแก่ผู้อยากเรียนรู้อย่างมากคะ