แม้ว่ามหาลัยแห่งนี้จะเรียนหนักมากอย่างไร.....เด็กๆที่นี้ ก็เปรียบได้เรียนลัดถึงความอดทน ความแกร่งของชีวิต คนที่รู้จักลำบากจะรู้จักประมาณตนเอง รู้จักค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ ....นเชื่อมั่นว่าเด็กๆเหล่านี้จะได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมเด็กๆคนอื่น โดยเฉพาะสัญชาติไทยที่พวกเขาโหยหามาตลอด..
มหาลัยเหมืองแร่....มหาลัยแห่งชีวิต
วันที่ 4-6 มีนาคม 2552 ที่ผ่าน โรงเรียนบ้านเมืองแปงได้จัดให้มีการเข้าค่ายพักแรมลูกเสือเนตรนารี สำหรับพี่มัธยม ส่วนน้องๆช่วงชั้นที่ 2 เดินทางไกลที่สวนสัตว์เชียงใหม่
เมื่อพี่ๆเข้าค่ายพักแรม โรงเรียนจึงปิดให้แก่น้องๆ อนุบาล-ป. 3 สำหรับบรรยากาศการเข้าค่ายครูแอนจะนำภาพสนุกสนานของเด็กๆมาให้ชมในบันทึกต่อไปคะ
หนึ่งในจำนวนฐานการเดินทางไกล คือ มหาลัยเหมืองแร่...ครูแอนและเพื่อนครูต้องขึ้นเหมืองแร่เพื่อเตรียมฐานให้นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับแร่ต่างๆในเหมืองแห่งนี้
ส่วนใหญ่จะเป็นแร่ฟลูออไรด์ แร่สีม่วงหายากที่สด แต่แร่สีชมพูดีที่สุด.....
บริเวณทั่วไป.....จะเห็นคนงานกำลังขุดแร่ ทุบแร่ จากก้อนใหญ่ๆ ให้เป็นก้อนเล็กๆ
เหลือบไปเห็นเด็กตัวน้อยคนหนึ่งกำลังทุบแร่อย่างขมักเขม้น....ครูแอนไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหา
โธ่เอ๋ย...ความรู้สึกสงสารเกิดขึ้นจับใจ....เด็กน้อยคนนี้ คือ ด.ช.เต๋า ลูกศิษย์ของเราเองหรือนี่ ด.ช.เต๋าเพิ่งเรียนชั้นอนุบาล วันนี้โรงเรียนหยุดเพราะพี่ๆเข้าค่าย ...จึงต้องทุบแร่เพื่อช่วยแม่หาเงินค่าขนม อีกแรง
เด็กๆตัวน้อยๆ ทั้งยังแบเบาะยังต้องมาเรียนรู้ในมหาลัยเหมืองแร่แห่งนี้ตั้งแต่เล็กๆ มีเพิงพักพอบังแดดได้
เด็กๆในมหาลัยแห่งนี้ต้องต่อสู้ ดิ้นรน ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสัญชาติ สอบถามจากผู้ปกครองวันหนึ่งจะทุบแร่ได้ 2-3 ถัง 1 ถัง 30 บาท นั่นแสดงว่า ทั้งวันนั่งทุบแร่ได้วันละ 60-90 บาทเท่านั้น

สำหรับเด็กๆแล้ว ครูแอนว่าพวกเขาได้เรียนรู้มหาลัยแห่งนี้เร็วเกินไป เพราะต้องใช้กำลังแรงกายมาก นึกถึงเด็กๆทั่วๆไปที่มีของเล่นมากมาย ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อย่างดี ตามวัย
นึกถึงคนที่คอรัปชั่น กินนมโรงเรียนเด็ก(ที่เป็นข่าว) โกงกินงบประมาณรายหัวของเด็กๆแล้วละก็ สลดหดหู่ใจยิ่ง
แต่ถึงแม้ว่ามหาลัยแห่งนี้จะเรียนหนักมากอย่างไร.....เด็กๆที่นี้ ก็เปรียบได้เรียนลัดถึงความอดทน ความแกร่งของชีวิต คนที่รู้จักลำบากจะรู้จักประมาณตนเอง รู้จักค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์
ครูแอนเชื่อมั่นว่าเด็กๆเหล่านี้จะได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมเด็กๆคนอื่น โดยเฉพาะสัญชาติไทยที่พวกเขาโหยหามาตลอด.........เหมืองแร่......มหาลัยแห่งชีวิต
ครูแอน
เมืองแปง ปาย แม่ฮ่องสอน
๘ มีนาคม ๒๕๕๒
สวัสดีครับครู
วันก่อนถามเรื่องหมูเกิดใหม่..แม่ต้องตาย
เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ อย่าไปเชื่อ
ชีวิต..ชตากรรม ความเลื่อมลำในสังคม
เพราะความไม่รู้ หรือเพราะความจน หรือด้อยโอกาส
ใครจะแก้ ใครจะดูแล
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
(TT^TT)
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้เหมือนครูแอนค่ะ...ทำไมอะไรๆ ดูจะผิดที่ผิดทางไปเสียหมด โลกนี้มีคำว่ายุติธรรมเพียงพอแล้วหรือยัง
น่าสงสารน้องๆ ที่นั่นนะคะ...
เค้าน่าจะได้รับในบางสิ่งที่พวกคนบางกลุ่มในสังคมไม่ควรจะได้อย่างที่กำลังเป็นอยู่...
มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นสถานที่เรียนรู้ชีวิตให้กับพวกเขา แต่ถ้าสังคมให้โอกาส พวกเขาจะก้าวไปในทางที่ดีกว่า
"มหาลัยชีวิต" ขอบคุณบันทึกดี ๆ ที่อ่านแล้วได้คิดครับ...
สวัสดีค่ะ ครูแอน.. สะท้อนชีวิต(จริงๆ)ได้อีกเรื่องนึงค่ะ ปัญหาของประเทศไทยที่รอการแก้ไขค่ะ ขอบคุณครูแอน
มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็นสถานที่เรียนรู้ชีวิตให้กับพวกเขา แต่ถ้าสังคมให้โอกาส พวกเขาจะก้าวไปในทางที่ดีกว่า
สวัสดีครับคุณครู
ทีแรกก็อ่านผ่านๆหนึ่งรอบข้ามตรงช่วงน้องเต๋าไปอ่านเกี่ยวกับฐานลูกเสือ
แต่พอกลับมาอ่านละเอียดอีกรอบ จุกครับ น้องเต๋ากับเจ้าเป็ดน้อยอายุคงจะ
ห่างกันไม่มาก ทำให้ได้รับรู้ว่ายังมีผู้ที่ขาดแคลนโอกาสอีกมายมากอยู่ใน
สังคมไทย ขออนุญาตนำเรื่องราวนี้ไปกระจายต่อให้ญาติมิตรได้รับทราบได้ไหมครับ
คุณครูแอน
วัลลภ
สวัสดีอีกครั้งครับคุณครู ผมดูสัญญาลิขสิทธิ์ของบทความนี้เป็นแบบ CC (คิดว่าคล้าย GPL ของโลก opensource) หากไม่ได้เป็นไปเพื่อการค้าก็คงจะไม่ได้ทำความเสียหายใดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ ผมส่งต่อบันทึกนี้ไปสู่เพื่อนกลุ่ม TWS.(Thailand Wilderness Study) ในบอร์ดครับ
ตาม Link ด้านล่างครับ
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=18&topic_no=157464&topic_id=159393
คุณครูครับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมความเห็นเดียวกันของผมมันขึ้นซ้ำๆตั้งสี่ห้าชุด
รบกวนคุณครูลบออกด้วยนะครับ
เด็กๆที่ขาดแคลนยังมีอีกมากคะ...เด็ก ป. 1 ที่นี่ อายุถึง 14 ปีก็มีคะ...เพราะพวกเขาเพิ่งมีโอกาสในการศึกษา...ต้องเอาชีวิตรอดกับชีวิต ความเป็นอยู่มากกว่า
-------------------------------------------------------------------------
อ่านจากบทแรกใน "บึงหญ้าป่าใหญ่" ของอาจารย์เทพศิริ สุขโสภาก็มีเรื่องแบบนี้ หรือว่าเรื่องในบึงหญ้าป่าใหญ่นั้นมาจากเรื่องจริง อย่างนี้ผมต้องกลับไปเปิดอ่านให้จบซะแล้วครับ