สัปดาห์นี้ผมได้อยู่บ้านทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ เช้าวันอาทิตย์ตื่นตามสบาย คือปล่อยให้ตื่นเอง พอลุกจากเตียงก็เห็นยอดไม้ไหวแรง ผมคาดว่าเช้านี้อากาศดีแน่หลังจากเมื่อวานตอนบ่ายอากาศร้อนอบอ้าวมาก
ผมหยิบหนังสือ Bob Garratt. The fish rods from the head. The crisis in our boardrooms : developing the crucial skills of the competent director. 2nd Ed., 2003. และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไปนั่งที่สนามหญ้าก่อนเวลา ๗ โมงเช้าเล็กน้อย อากาศกำลังสบาย และมีลมพัดมาเป็นระยะๆ เป็นสวรรค์สำหรับผม
พลันก็ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องโต้ตอบกันจากหลายทิศทาง จึงนึกขึ้นได้ว่าผมไม่ได้ชื่นใจจากธรรมชาติที่สนามหญ้ายามเช้ามานานมากแล้ว เรามีของดี ธรรมชาติดี แต่ไม่มีเวลาชื่นชม
ที่จริงมีเสียงรถยนต์ เสียงนก ดังกว่าเสียงจิ้งหรีด ผมจึงฝึกเพ่งฟังเสียง หรือเงี่ยหู ให้ได้ยินเฉพาะเสียงจิ้งหรีด เสียงร้องไพเราะจับใจ และได้ฝึกสมาธิด้วย
ผมนึกขึ้นมาได้ว่า ที่สนามบ้านผมน่าจะมีจิ้งหรีดเยอะเพราะเป็นสนามที่มีระบบนิเวศต่างจากสนามหญ้าบ้านอื่น บ้านผมไม่เก็บใบไม้ ปล่อยให้ใบไม้เป็นส่วนหนึ่งของสนาม หรือเอาไปสุมไว้ตามโคนไม้ใหญ่ กลายเป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ยิ่งผมรดน้ำสนามหญ้าตอนใกล้ค่ำ พื้นดินจะชุ่มน้ำไปตลอดคืน น่าจะเป็นที่ให้ความสุขแก่เหล่า พืชและสรรพสัตว์ในระบบนิเวศนี้
ระบบนิเวศแบบนี้ค่อยๆ ปรับตัวมากว่า ๑๑ ปีที่ผมย้ายมาอยู่ ตอนแรกสนามหญ้าปลูกหญ้านวลน้อย แล้วผมเอาหญ้ามาเลเซียจากบ้านลูกสาวมาปลูกตรงที่ว่างเป็นหย่อมๆ เพราะคิดว่าสนามบ้านผมร่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้นไม้ใหญ่ยิ่งสูงร่มเงากว้างขึ้น หญ้ามาเลเซียน่าจะชอบระบบนิเวศนี้มากกว่าหญ้านวลน้อย ซึ่งก็เป็นความจริง เวลานี้หญ้านวลน้อยไม่เหลือเลย ทั้งสนามมีหญ้ามาเลเซียเต็มทั้งสนาม ที่ผมคาดไม่ถึงคือหญ้ามาเลเซียเหมาะต่อนโยบายไม่กวาดใบไม้ เพราะต้นมันสูงประมาณ ๔ – ๕ ซ.ม. และผงกยอดขึ้นรับแดด ช่วยให้ใบไม้สอดเข้าไปใต้ใบได้พอดี ใบไม้จึงเข้าไปอยู่ใต้หญ้าได้เอง และค่อยๆ สลายกลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ทำให้สนามบ้านผมเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต เป็นสวรรค์ของหลายล้านชีวิต รวมทั้งครอบครัวนกอีแพรด นกกางเขน นกเอี้ยง และนกปรอด
นกเขาเป็นนกที่ปรับตัวเข้ากับคนง่าย เวลานี้มีหลายตัวที่เข้ามากินข้าวสุกที่ค้างอยู่ที่กะละมังอาหารสุนัขบ้านลูกสาว และที่บ้านผม ถ้าไม่มีหมาคอยไล่ตะครุบนก นกเขาคงจะยิ่งเชื่องคนกว่านี้ เป็นอีกระบบนิเวศหนึ่งที่ให้ความสุขจากธรรมชาติ
วิจารณ์ พานิช
๒๒ ก.พ. ๕๒
นึกอยากจะเขียนบันทึก สุขใจในบ้านเรา เหมือนกันค่ะ เพราะรู้สึกมีความสุขมากๆ เมื่ออยู่บ้าน
บ้าน..มีสิ่งดีๆมากมาย..แต่ช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับบ้านจริงๆ เป็นแค่เสี้ยวเวลาหนึ้งเท่านั้น แต่ก็ขอให้เก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆ...ของบ้านไว้ให้นานที่สุด...แม้บ้านดิฉันจะอยู่ชนบท แต่เสียงจิ้งหรี้ด เรไร ก็หาฟังได้น้อยมาก ยังแปลกใจเลยว่าหายไปใหน คงเป็นเพราะมนุษย์ทำลายระบบนิเวศไปมากแล้ว...ถ้าต้องการจะฟังจริงๆ คงต้องเดินไปทุ่งนากว้าง...แล้วเดินตามคันนา(หัวนา)มองดูน้ำค้างเกาะบนยอดหญ้าในยามเช้าที่มีแสงอรุณส่อง..ให้เห็นความงดงาม กับระบบนิเวศในยามเช้า...แล้วจะได้พบกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
เรียนอาจารย์หมอที่เคารพ ได้มีโอกาสต้อนรับอาจารย์หมอที่แม่ฮ่องสอน รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง อาจารย์หมอเป็นทั้งนักจัดการความรู้ และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงมองเห็นภาพพจน์บรรยากาศภายในบ้านที่อยู่อาศัยของอาจารย์ ที่เต็มไปด้วยนกนานาชนิด ที่มาขอแบ่งปันอาหารและที่อยู่อาศัยร่วมกับเรา เหมือนที่บ้านของผมเลยครับ บ้านผมมีนกพิราบ นกเอี้ยง นกปรอด นกกางเขน ที่ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนลงมาจิกกินข้าวที่ผมวางไว้ให้หน้าบ้าน และบนศาลพระภูมิ เป็นภาพธรรมชาติที่มีชีวิตชีวา เหมือนจะรู้ว่า เจ้าของบ้านหลังนี้ใจดีนะ ไม่ทำร้ายเรา สัตว์เขามีสัญชาติญาณของเขานะครับ การมองดูนกกับลูกๆ เป็นความสุขสงบโดยแท้จริง เป็นการสัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น ขอบพระคุณอาจารย์หมอที่ให้สิ่งดีๆแก่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อาจารย์เก (นายประเสริฐ ประดิษฐ์) กรรมการสภาวิชาการ วชช.แม่ฮ่องสอน
ช่วงนี้นกที่บ้านมาปลุกเร็วมาก
ประมาณตี4ก็พากันร้องระงมแล้วค่ะ