กำหนดมาตรการระงับการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (17 กุมภาพันธ์ 2552) มีมติเห็นชอบตามมติ
ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในการประชุมครั้งที่
1/2552 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552
ซึ่ง
กำหนดมาตรการระงับการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ หรือขยายหน่วยงานรวมทั้งการขอจัดตั้งองค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐและหน่วยบริการรูปแบบพิเศษเพิ่มใหม่ชั่วคราวไป จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2552 ยกเว้นกรณีต่อไปนี้

1.  กรณีการจัดตั้งหน่วยงานตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ

2.  กรณีการจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายเพื่อรับผิดชอบงานตามนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่ง ครม.สั่งให้ดำเนินการ

3.  กรณีการยกฐานะจากกองเป็นสำนัก ซึ่งมีการปรับปรุงให้มีคุณภาพสูงขึ้นโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

4.  กรณีการยุบ รวม โอน หน่วยงานภายในส่วนราชการ/จังหวัดเดียวกัน หรือระหว่างส่วนราชการในกระทรวงเดียวกันหรือต่างกระทรวง หรือระหว่างจังหวัดและกลุ่มจังหวัดโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

5.  กรณีการถ่ายโอนภารกิจตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2542 ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงหน่วยงานใหม่

สำหรับเหตุผลในการกำหนดมาตรการดังกล่าวคือ

1.  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546- ปัจจุบัน มีการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะของการขยายหน่วยงานเป็นส่วนใหญ่และเป็นการพิจารณาเฉพาะเหตุผลความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน ขาดภาพรวมของบทบาทและภารกิจที่เหมาะสม

2.  การขยายตัวของหน่วยงานส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านต่าง ๆ ปัจจุบันร้อยละค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรต่องบประมาณรายจ่ายประจำปีสูงถึงร้อยละ 40.66

3.  ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลก รัฐบาลจะต้องคำนึงถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายภาครัฐเพื่อให้มีงบประมาณไปใช้ในการจัดบริการสาธารณะที่จำเป็น รวมทั้งโครงการต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน

4.  สำนักงาน ก.พ.ร.อยู่ระหว่างการทบทวนบทบาทภารกิจของส่วนราชการ เพื่อนำเสนอ ครม.พิจารณาว่าภารกิจใดของส่วนราชการใดยังมีความสำคัญจำเป็นต้องดำเนินการ ควรยุบเลิก ควรรวมหรือโอนไปยังหน่วยงานอื่น
ที่เหมาะสม หรือควรถ่ายโอนให้ส่วนท้องถิ่น ชุมชนหรือองค์กรภาคประชาชน โดยยึดหลักการที่เน้น การจำกัดบทบาทภาครัฐ ให้ทำเฉพาะภารกิจหลักที่สำคัญจำเป็นและมีความคุ้มค่าเท่านั้น

นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร.ไปพิจารณาการบริหารจัดการขององค์การมหาชน
แต่ละแห่ง เข้าไปตรวจสอบผลการดำเนินงานหากพบว่าองค์การใดไม่สามารถดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมดความจำเป็นให้เสนอ ครม.เพื่อยุบเลิก

มติชน (คอลัมน์ข้าราษฎร)6 มีนาคม 2552