ยามเช้าวันนี้ขณะขับรถจากเมืองหาดใหญ่ไปทำงานในเมืองสงขลาได้ฟังเพลงลูกทุ่งไทยคลอเคล้าอารมณ์ไปด้วยทำให้เกิดมุมมองว่าผลงานที่สรรค์สร้างทางมุมคิดตามจินตนาการบวกกับอารมณ์อันสุขขุมลุ่มลึกของคนเราที่ผ่านม่านแห่งประสบการณ์ของตนจนมีมุมมองสะท้อนวิถีชีวิตผู้คนสังคมวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อเกิดความรู้สึกร่วมของผู้คนที่พบเจอกลายมาเป็นวรรณกรรมร่วมสมัย
เมื่อกล่าวถึงเพลงลูกทุ่งไทยนิยมแล้วมักนิยมกันในท้องถิ่นทุ่งนาข้าวมีวิทยุใช้พลังถ่านสะพายบ่าหรือแขวนไว้ตามกระท่อมน้อยปลายนาส่งเสียงบรรเลงเป็นเพลงลูกทุ่งไทยวัยเด็กของผมมักได้ยินเพลงร้องเสียงของคุณสุรพล สมบัติเจริญ คุณไวพจน์ เพชรสุพรรณ คุณพรภิรมย์ คุณชาย เมืองสิงห์ คุณผ่องศรี วรนุช และคุณเพลิน พรมแดนเป็นต้นต่าง ๆ
เพลงลูกทุ่งฟังแล้วกินใจเข้าถึงชีวิตคนเราที่อยู่ในท้องถิ่น เพลงลูกทุ่งไม่แตกต่างจากเพลงตลาดหรือคนปากตลาดคือพูดคุยกันตรงไปตรงมาไม่มีมารยาสาไถยเราเริ่มใช้คำว่าเพลงลูกทุ่งเมื่อ พ.ศ. 2507 เพลงลูกทุ่งเข้าถึงได้ในทุกสังคม ไม่ว่าเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ในสังคมเมืองสังคมท้องถิ่นมักจับมาเรียบเรียงเป็นวรรณกรรมบทเพลงลูกทุ่งไทยให้เราได้ยินเลย
วันที่พระธาตุพนมถล่มลงมาก็มีบทเพลงที่ว่า...เหตุเกิดวันที่ 11 สิงหา เมื่อตอนเวลา เอ๋ยดึกสงัด...หรือเพลงที่ว่า...ขาขาว ๆ ก็พอไหวแต่บางคนขาลายไม่เอาไหนเลย เฮเฮ้...ฮ่าฮ้า...เสร็จจากงานนาแล้วเมื่อเวลาเย็น ๆ เป่าขุ่ยแล้วพาเจ้าทุยเดินเล่น ลมพัดเย็น ๆ มาเดินเล่นไปตามคันนา...น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง ที่ว่าน้ำแห้ง ให้ฝนแล้งเสียยังดีกว่า...
ช่วงนี้มีบทเพลงลูกทุ่งจากภาคใต้ สำเนียงเสียงใต้มากขึ้นและจะมีกลิ่นไอของท้องทะเลตามมาให้เห็นเยอะละเช่น ไอ้หนุ่มตังเกล่อนเร่หาปลา...อ้ายหนุ่มเรืออวนหน้านวลน้องคงแหนงหน่าย...โบกมือหยอย ๆ บอกน้อยจะไปชายแดน จำห่างร้างไกลแฟนอย่าหมองสองปีกลับมา...หรือเพลงอกหักจากปักษ์ใต้ โดยเอกชัย ศรีวิชัยเป็นผู้ขับร้องไงละ.
ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ (อาจจะผิด)
ผมว่าปัจจุบันเพลงลูกทุ่งตายแล้วครับ
ที่เหลือ คือ นักร้องลูกทุ่ง ที่ร้องเพลงทำนองลูกทุ่ง แต่เนื้อหา ไม่ใช่ลูกทุ่งครับ
สวัสดีครับ คุณ small man~natadee
ต้องค้นหาสาเหตุการตายนะว่ามาจากอะไร..?
หรือถ้ายังไม่ตายก็ต้องชี้แจงให้แจ้งชัดนะครับผม
ประเภทหาหลักฐานนะนี่ ถ้าเป็นจริงอย่างว่านะ...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สาเหตุการตาย ของเพลงลูกทุ่ง เพราะไม่มี "ทุ่ง" ครับ
ประเภทเนื้อร้องแบบ
ทุ่งนาแดนนี้ไม่มีความหมาย เหลือเพียงกลิ่นโคลนสาปควาย
ไม่มีแล้วครับ
จะมีก็แต่ เลิกแล้วค่ะ หนูเลิกกับเขาแล้วค่ะ
(ผมคิดเอาเองนะครับ)
เข้ามาอีกรอบครับ ผมเขียนผิดไป ไม่ใช่ไม่มีทุ่ง แต่เป็น ไม่มีวัฒนธรรมของ "ทุ่ง" ครับ (ทุ่ง มีอยู่ แต่ไม่มีวัฒนธรรมของ ทุ่ง มันเป็นวัฒนธรรมของ เมือง ไปหมดแล้วครับ)
มาอ่าน อารมณ์เพลง ของ คุณ อ.umi ครับ
สองข้างทางระหว่าง หาดใหญ - สงขลา ยังมีธรรมชาติ หลงเหลืออีกเยอะมั้ยครับ อาจารย์
....อาจารย์ แวะข้างทางเก็บดอกไม้มาฝากบ่อยจัง ...ชอบครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ small man~natadee
น่าคิดมากจริง
ผมเห็นทุ่งนาแต่ไม่เห็นควายไถนาเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้วนะ
ตอนนี้เป็นควายเหล็กไปซะแล้ว อิ อิ อิ
มองประเด้นนี้น่าสนใจ แต่ผมเองกับยังคงชอบเพลงเก่า ๆ เนื้อหามันชวนหลงไหลดีนะ
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ คุณ แสงศรี
เป็นธรรมดา ดอกไม้งามเสมอเมื่อมองด้วยอารมณ์แห่งเสียงเพลงที่คลออารมณ์อยู่
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ