กลับจากสตูลมา ก็เจองานยุ่งๆ เลยครับ จนความชุ่มชื่นที่ได้จากการพักผ่อนเพื่อจะกลับมาหยิบงานตัวเองมาหมดไปแล้วครับ เมื่อวานช่วงเช้ามีนัดให้เข้าร่วมการโฟกัสกรุ๊ปกับอาจารย์เกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ อันนี้นัดมาล่วงหน้าสองวัน ไปถึงก็เจอคนรู้จักครับ คำทักทายคือ "เห็นมัยว่าวันนี้บังต้องมานั่งประชุมเอง วันก่อนเด๊ะถามแล้วว่ามีใครอื่นบ้างมัย บังไม่ตอบ" เลยถึงบางอ้อครับว่า วันนั้นลืมไปจริงๆ ลืมไปว่า เด๊ะเขาโทรไปถามว่า พอจะมีอาจารย์อื่นมัยที่คุยเรื่องสื่อได้ ช่วยแนะนำหน่อย ฮือ ก็ที่สาขาวิชามีผมอยู่คนเดียวสอนวิชานี้เลยนึกไม่ออก ความจริงถ้าเป็นเรื่องที่คุยกันวันนี้ อาจารย์ท่านอื่นก็คุยได้อยู่แล้ว แต่บังเอิญรับปากเขาไว้ว่าจะโทรแจ้งชื่อแล้วก็ลืมครับ ผมก็เลยต้องถามต่อว่า ก็ที่บังมานี้ อ.วุทธิศักดิ์เป็นคนโทรให้มานะ เลยนึกว่าคนละงานกัน สุดท้ายก็งานเดียวกัน ฮือ

แต่ก่อนไปงานนี้ เช้าวาน ท่านผู้ใหญ่ก็โทรมามอบหมายให้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการทวิภาษาด้วย ไปแทนท่านอธิการบดีครับ ผมก็รับปากไปครับเนื่องจากว่าตอนเช้าก็อยู่ปัตตานีอยู่แล้วครับ ช่วงบ่ายก็อยู่ต่อเสียเลยก็ได้ ปรากฏเพิ่งทราบว่างานโฟกัสกรุ๊ปมีกิจกรรมตลอดวัน (ตอนโทรนัดผมบอกว่าครึ่งวัน) ก็เลยต้องขอตัวกลับก่อน

งานตอนเช้าได้เจอกับ อ.เต็มดวง เศวศจินดา อาจารย์สมัยเรียน ป.โทครับ ไม่ได้เจอท่านนานมากแล้วเนื่องจากท่านเกษียรแล้ว ท่านเลยถามไถ่เกี่ยวกับการเรียนของผม และผมก็ขอความรู้ท่านเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา เนื่องจากตอนนี้ท่านรับงานประเมินโรงเรียนอยู่

ในช่วงการคุยกันในกลุ่มย่อย มีการให้ตอบคำถามในกลุ่มไปทีละคำถามครับ แต่บังเอิญผมขี้เกียจจะตอบทีละข้อ เลยตอบประธานไปคำถามหนึ่งว่า "สื่อการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียน การวิจัยในชั้นเรียน" มันเป็นเหมือนคนละเรื่อง แต่ความจริงคือ ทำให้เป็นเรื่องเดียวกันได้ครับ ครูมักจะถูกบังคับให้ใช้สื่อในการสอนจากผู้บริหาร แต่ก็ครูก็มักจะคิดไม่ออกว่า จะหาอะไรมาเป็นสื่อ ที่สำคัญผู้บริหารหรือฝ่ายวิชาการมักจะตำหนิการสอนว่ายังไม่เป็นการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยิ่งเรื่องวิจัยในชั้นเรียนด้วยแล้ว ไม่รู้จะทำเรื่องอะไร สรุปคือ ไม่อะไรไม่ได้เลยสักอย่างหนึ่ง

วิธีการแก้ไขคือ ทำของสามอย่างนั้นให้เป็นสิ่งเดียวกันสิครับ เอาจากว่า อะไรคือปัญหาในห้องเรียน แล้วจะแก้ไขปัญหาในการสอนนั้นอย่างไร ซึ่งเมื่อได้วิธีการใหม่ๆ ก็จะทำให้เกิดสื่อหรือนวัตกรรมในการสอน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ การวิจัยในชั้นเรียนแล้ว ฮือ เห็นด้วยมัยครับ มาแยกส่วนคิด แยกส่วนทำกันไปทำมัย (เหมือนผมตอนนี้ก็ตอบรวบทั้งสามข้อเลย)

พอช่วงบ่ายไปฟังความก้าวหน้าโครงการทวิภาษา ก็ได้แง่คิดเหมือนช่วงเช้าครับว่า การศึกษามองแยกส่วนจะแก้ได้อย่างไร?  ภาษาไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหาการศึกษาในพื้นที่ครับ แต่พอให้หนึ่งปัจจัยมาแก้อย่างเป็นพระเอก มันจะทำได้จริงหรือ? (ผมเลยกลายเป็นฝ่ายค้านอีกแล้ว) แล้วหากเรามีกำลังขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในพื้นที่ ความต้องการของคนในพื้นที่เป็นอย่างไร ทำไมไม่มองและนำมาเป็นโจทย์ร่วมด้วย

ส่วนวันนี้ มานั่งจับเข่าคุยกันเกี่ยวกับโครงการวิจัยชุดมาเลเซียนัยสำคัญต่อไทยครับ การนำเสนอโครงการและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสนุกดีครับ และได้ข้อมูลเชิงลึกด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่ที่นั่งคุยเป็นคนที่จบจากมาเลเซียกันครับ ผมเองตอนนี้ยังลังเลครับว่าจะเสนอโครงการดีหรือเปล่า เพราะรู้สึกว่า ปีนี้และปีหน้าน่าจะพอแล้วกับงานที่รับอยู่ แต่พอคุยกันแล้วไฟมันลุกอีกแล้ว ฮือ คิดหนัก