เมืองสองทะเล

วันนี้ได้มีโอกาส..เข้าร่วมประชุมคณะทำงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ ณ อบตเกาะยออำเภอเมือง จังหวัดสงขลาการประชุมมีทั้งในห้องประชุมและต้องไปดูจุดต่างๆที่เตรียมรับเสด็จพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯสยามมกุฏราชกุมารที่จะเสด็จติดตามงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ ในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2552 อบต.เกาะยอ รับเป็นแม่งานใหญ่ ภายใต้การนำทีมของท่านนายกคำรพ (นายกบ่าว)สนับสนุนงบประมาณและกำลังแรงกาย ของลูกน้องในอบต. และพี่น้องชาวเกาะยอเต็มที่ซึ่งจุดเตรียมรับเสด็จนี้เองที่เป็นที่มาของการนำมาเล่ากันวันนี้ในความรู้สึกส่วนตัวแล้วอิจฉาพี่น้องชาวเกาะยอที่พระเจ้าได้ให้มรดกเมืองสองทะเลแก่ท่านซึ่งสามารถสร้างจุดขายให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดีจากการลงพื้นที่ในแต่ละจุดได้ทราบว่าเกาะยอมีของดีมากมายจนอยากจะพาทุกท่านไปท่องเที่ยวด้วยกันหลายท่านอาจจะไปบ่อยเพราะที่นี่นอกจากจะมีอาหารทะเลมากมาย ยังมีสินค้าพื้นเมืองขายและมีสะพานติณสูลานนท์ที่ยาวที่สุดในประเทศที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ทั้งสองข้าง.แหล่งท่องเที่ยวเกษตรถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของพี่น้องชาวเกาะยอสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและอยากสัมผัสกับชีวิตชาวทะเลสาบ.เกาะยอ..มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างพร้อมเพียงคือมีพืช ไม้ผล มีทะเล มีการทอผ้าไว้ใช้เองและมีอาชีพการจับสัตว์น้ำซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนที่นี่หลายท่านนิยมมารับประทานอาหารทะเลกันที่นี่บ่อยๆถึงกับมีคนพูดกันว่าปลากะพงขาวที่นี่มีรสชาติอร่อยที่สุดในประเทศไทยเคยไปทานที่ไหนๆ ก็ไม่อร่อยเหมือนที่เกาะยอ จนกระทั่งมีคำขวัญว่า "สมเด็จเจ้าเป็นศรี ผ้าทอดีล้ำค่า นานาผลไม้หวาน ถิ่นอาหารทะเล เสน่ห์สะพานติณฯสถาบันทักษิณลือนาม" จะพาท่านไปเที่ยวกันนะคะไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะว่าจะท่องเที่ยวยังไง ก็โดยการอ่านแล้วจินตนาการไงค่ะเกาะยอเป็นชื่อของตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองจังหวัดสงขลาค่ะ แบ่งการปกครองออกเป็น 9 หมู่บ้าน มีผู้คนมากกว่าสี่พันคนคนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำสวนไม้ผลแบบผสมผสานและอาชีพการประมงสำหรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่นี่มีสถานที่ที่น่าสนใจหลายจุด จุดแรกได้แก่วัดท้ายยอ เราจะได้ชมกุฏิทรงเรือนไทยโบราณอายุมากกว่าสองร้อยปี ขึ้นเขา เพหารชมเจดีย์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะยอเราสามารถมองเห็นทะเลอ่าวไทยและรับอากาศบริสุทธิ์ได้ที่นี่ จุดที่สองสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งเรือหางยาว ไปชมวิถีชิวิตชาวประมงที่เกาะยอ ดูการจับกุ้งจับปลา จากเครื่องมือที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนเกาะยอเช่น ไซนั่ง ไซนอนบางทีเราอาจจะได้เป็นชาวประมงกับเขาด้วยการร่วมกันกู้ไซเพื่อเก็บกุ้งเก็บปลาด้วยนะคะ ต่อจากนั้นขึ้นบกไปดูสวนผลไม้แบบผสมผสาน คนที่นี่เรียกว่า "สวนสมรม" ค่ะ สวนของที่นี่จะปลูกพืชหลายชนิดภายในแต่ละสวนโดยเฉพาะพวกไม้ผลด้วยแล้ว นับแทบไม่ถ้วนที่เดียวละคะรสชาติหวานหอมอร่อยของมะพร้าวอ่อน ส้มโอ จำปาดะ ขนุน ชมพู่ ละมุดและเมื่อรับประทานไปแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีสารที่เป็นอันตรายตกค้างเข้าไปในร่างกายเพราะที่นี่ปลอดสารเคมีค่ะชาวสวนจะใช้แต่สารอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชนอกจากนั้นยังมีการห่อผลไม้ด้วยการใช้ "โค๊ระ" ค่ะ "โค๊ระ"เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำขึ้นมา จัดเป็นเครื่องสานที่ใช้ทางมะพร้าวในการสาน "โค๊ระ" ใช้ป้องกันแมลงวันผลไม้ได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้นเจ้าของสวนแต่ละรายยังนิยมใช้ปุ๋ยที่เป็นปุ๋ยชีวภาพที่ทำขึ้นมาเองและมีการบำรุงสวนแบบปลอดภัยจากสารพิษอีกด้วยค่ะเมื่อทานอิ่มท้องพร้อมทั้งซื้อผลไม้ที่เก็บจากต้นเป็นของฝากกลับบ้านแล้วยังมีของฝากอีกอย่างที่ขึ้นชื่อมากของที่นี่นะคะ นั่นคือ ผ้าทอเกาะยอที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างโดดเด่นมีลวดลายสวยงามสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มาแล้วค่ะแนะนำว่าให้ไปซื้อที่บ้านพี่สมหมาย พงศ์ฤกษ์ หมู่ที่ 3 นะค่ะ เพราะเจ้าของบ้านใจดีราคาก็ถูกสุดๆ แถมได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วยเพราะพี่สมหมายเขาเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าเกาะยอค่ะจุดท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ "การสาธิตการแปรรูปสาหร่ายผมนาง"ที่มีคุณประโยชน์พร้อมทั้งชิมอาหารแปรรูปจากสาหร่ายผมนางเช่น น้ำสาหร่ายวุ้นสาหร่าย ยำสาหร่าย และสาหร่ายสามรสและก็ยังเป็นสินค้าที่ซื้อเป็นของฝากได้ด้วยค่ะมาถึงอีกสถานที่หนึ่งอันเป็นที่รวมแหล่งความรู้ที่ดีเยี่ยมนั่นคือ "สถาบันทักษิณคดีศึกษา"เป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและวัตถุโบราณของภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดครั้นถึงเวลาเย็นแดดทอแสงตัดกับสีน้ำทะเล ให้เห็นเป็นสีทองสวยงามซึ่งเป็นภาพที่น่าบันทึกไว้ในความทรงจำที่สวยงามมากภาพหนึ่ง ถ้าท่านอยากจะพักค้างเรามีที่พักมากมายให้เลือก มีทั้งรีสอร์ทและโฮมเสต์ ในราคาที่ถูกปิดเทอมนี้พาลูกหลานไปเที่ยวเกาะยอกันนะค่ะวันนี้ไม่มีรูปถ่ายมาให้ดูนะค่ะเพราะลืมถ่ายค่ะสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ท่องเที่ยวเกษตรเกาะยอ หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะยออำเภอเมือง จังหวัดสงขลา หรือโทรศัพท์หมายเลข 0-7445-0433 และ 0-7431-3759 ปล**ลืมบอกไปว่าจากการแบ่งงานกันวันนี้ทุกคนลงความเห็นว่าให้อยู่จุดรับเสด็จโรงครัว ที่ต้องประกอบอาหารเลี้ยงผู้ร่วมรับเสด็จคงจะใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์*************