สวัสดีครับ

เรื่องราวของการปฏิบัติภาวนาในโรงพยาบาลของเราตั้งแต่ 6 เดือนที่ผ่านมานั้น

 ได้ทำกันอย่างต่อเนื่องตลอดมา  โดยการนำของท่านประธานชมรม 

พี่พยาบาลผู้มากด้วยบุญบารมี  ของการฝึกปฏิบัติ

 

  ท่านประธานชมรมกำลังนำทำ  สมาธิบำบัดกับผู้ป่วยนอกทุกๆวัน ช่วง8.00-8.30 น.

 

การปฏิบัติภาวนาทุกเที่ยงของวันศุกร์

กิจกรรมคือทานอาหารร่วมกันด้วยสติ  แบ่งปันเรื่องราวของวาระจิต

แบ่งปันเรื่องราวของการปฏิบัติ 

และการเดินจงกรม  การนั่งสมาธิภาวนา

 

จน2 ครั้งล่าสุดนั้นเริ่มมีพัฒนาการของการแบ่งปันมากขึ้น

 

เป็นพัฒนาการที่เราอยากจะขยายการปฏิบัติให้ออกมาจากช่วงเที่ยงวันศุกร์ 

แต่เป็นการปฏิบัติภาวนาทุกลมหายใจ  ทุกขณะจิต ที่เราจะพอรู้ตัว หรือระลึกได้

เดิมทีนั้นเราจะเข้าใจว่าจะปฏิบัติก็คือการนั่งสมาธิ ภาวนา การไปสถานปฏิบัติธรรม 7 วัน 

  หรือเวลาช่วงเช้าๆ  ที่เราจะได้ภาวนา นั่งสมาธิ

 

 

  แต่วิธีการนั้นผมมองเห็นว่าอาจจะไม่ทันกาล  อาจจะช้าไปกับ เรื่องราวของกิเลสที่มารุมเร้าเรา 

  การเริ่มต้นที่จะรุก  เพื่อฝึกสติกับการทำงาน  กับชีวิตประจำวันนั้นจึงเริ่มเข้ามา

 

 

 แรกๆนั้นหลายคนนั้นดูเหมือนทำท่าจะงง  ไม่น้อย ในครั้งแรก

  แต่ครั้งที่สอง  และเชื่อว่าครั้งที่สามนั้น  ด้วยพื้นฐานที่ทุกคนมีอยู่แล้ว  จะทำให้เขาได้เข้าใจมากขึ้น

 ว่าการรู้ตัว  การตามรู้ ตามดูจิตนั้นเป็นอย่างไร

 

 

  เพราะว่าถ้าทำได้ก็จะทำให้เกิดความก้าวหน้าทางธรรมมาก  เกิดสติที่เเข็งเเรง  แก่กล้า  และเกิดปัญญาตามมาโอยอัตโนมัติ  ตามสติที่มีมากขึ้น  รู้ทันจิตที่คิด  ที่ปรุงมากขึ้น

   ดูเหมือนว่าผู้คนจะสนใจอย่างยิ่ง....

 

  เพราะเริ่มต้นด้วยที่บอกว่าความโกรธที่นาน  ก็จะสั้นลง   ความโกรธที่เเรงๆ  ก็จะเบาลง

  ความคิดความฟุ้งซ่านที่ยาวๆ  ที่นานๆๆ ก็จะสั้นลง  แคบลง  ตื้นลง

 

   เพราะดูเหมือนว่า  แม้เราจะสงบ  จะมีสมาธิมากเท่าใด  เมื่อออกจากสมาธิ

  บางครั้งเรื่องราว  ความคิด ความโกรธเราก็เท่าเดิม  เหมือสงบชั่วคราว สุขแบบชั่วคราว

 

   ถ้าเป็นการฝึกที่เราสามารถ  รู้เท่าทันกิเลส  แล้วยิ่งค่อๆ  ตัดมันออกไปได้ด้วยแล้วก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

 เพราะเป้าหมายของพวกเราคือ  การรู้...และการไถ่ถอนความเป็นตัวตนให้จางคลายไปเรื่องๆ...

 

 อย่างน้อยในเบื้องต้นคือ  ความสงบ เบา สบาย ในจิตใจของเรา....

 

 ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆวิถีกุศลจิตข้างต้นครับ