เมื่อวานมีโอกาสได้ไปงานศพที่วัดชลประทานฯ

เป็นวัดที่ไปครั้งใดก็เหมือนได้เข้าชั้นเรียนมากระนั้น

เริ่มจากการเทศน์ ที่ยาวนาน ๑ ชั่วโมง ตั้งแต่เรื่องของการตาย ทุกวันนี้เราตายอยู่แล้ว ท่านว่า มีเรื่องให้ตายทุกวัน แต่คนที่นอนนิ่งอยู่ในโลงข้างหน้านี้เป็นการตายครั้งสุดท้ายที่จะไม่ตายอีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะงงเราจะตายได้อย่างไรทุกวัน แต่วันนี้พอเข้าใจว่าการตายเกิดขึ้นทุกวัน มีแล้วหายไป เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ในตัวเราทุกวัน

เรื่องของพวงหรีด ในพวงหรีด ๑ พวงนั้นมิมีดอกไม้ดอกไหนเลยที่ชื่อว่าดอกหรีด เพราะพวงหรีด ๑ พวงจะเกิดขึ้นได้เกิดจากการผสมผเสของสิ่งของหลายอย่าง ทั้งฟางที่นำมาทำวงหรีด ฟางเหล่านั้นถูกมัดเป็นวง จากนั้นก็เอาดอกไม้มาเสียบๆก็กลายเป็นพวงหรีด

เรื่องของศาลาตั้งศพ ที่วัดชลนี้มี ๑๑ศาลา แต่ก็จะมีศาลาพิเศษอยู่ ๒ ศาลา ใช้งานได้แบบอิสระ ใช้เป็นอะไรก็ได้ งานศพก็ได้ ฟังธรรมก็ได้ กินข้าว เรียนหนังสือ อย่างไรก็ได้ แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่ต้องรับได้บ่างคนรับไม่ได้ต้องจัดสถานที่อย่างนู้อย่างนี้ก็ใช้ที่นี่ไม่ได้

เป็นเรื่องง่ายๆที่ทำไม่ยาก งานตาย คนตายก็ตายไปแล้ว คนเป็นต่างหากที่ควรทำอะไรที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก อึกทึก ครึกโครมชวนปวดหัว