นานาทัศนะ

จากที่เคยฝึกมวยไทยมา เรียนรู้การต่อสู้แบบอื่นมาบ้าง   ผมว่ามันขึ้นอยู่กับ โอกาส  ความเหมาะสมของแต่ละสถานะการณ์มากกว่า   ถ้าเอามวยไทยเก่งๆ มาต่อยกับมวยสากลเก่งๆ ก็ไม่แน่  จังหวะ ไม่ดี มวยไทยก็อาจแพ้ได้  ถ้าเจอฮุคเข้าปลายคาง   ไม่ว่าจะศิลปะการต่อสู้อะไรมันก็เอาชนะกันได้ทั้งนั้น  ขึ้นอยุ่กับ ชั้นเชิง  ของผู้ใช้   และก็จังหวะในการใช้ว่าพอดีกับสถานการณ์ก็ได้  อย่างมวยไทย  อาจไปเสียท่ามวยสากลได้  หาเจอมันเข้าปลายคาง  (แฮ่ะ ๆ ก็รู้กันอยู่มวยไทยไม่ค่อยเก่งเรียกการใช้หมัด )

 

1.หากเปรียบเทียบมวยไทยกับมวยสากลแล้ว   มวยไทยได้เปรียบที่ช่วงยาว  ถ้าสามารถกันไม่ให้มวยสากลเข้าประชิดตัวได้ เช่นถีบ หรือเตะขาเข้าไว้  มวยไทยก็ได้เปรียบ  แต่มวยสากลได้เปรียบที่มีอาวุธในระยะประชิดที่ประสิทธิภาพกว่า ถ้าเข้าประชิดตัวได้ก็เอาชนะมวยไทยได้ ( มวยไทยจดมวยสูง ทำให้ใช้หมัดไม่ค่อยถนัด  และโยกหลบได้ไม่ดี  แต่มวยสากลจดมวยระดับปานกลางพอดีกับหัวไหล่ ทำให้ใช้หมัดได้ถนัดและรุนแรงกว่า  แถมยังโยกตัวได้ดีอีกด้วยเพราะจุดศูนย์ถ่วงมันได้พอดี

2.มวยไทยกับยูโดและมวยปล้ำ   มวยไทยเน้นวงนอก แต่ยูโดและมวยปล้ำเน้นวงใน  การที่มวยไทยจะเอาชนะยูโด ต้องเน้นวงนอก และโจมตีที่ด้านล่าง ขืนไปเตะด้านบน โดนจับขาเสียท่าได้ และต้องโจมตีเร็วและถอนตัวเร็ว  สร้างความบาดเจ็บให้คู่ต่อสู้จนช้ำไปเอง  และอย่าไปให้เขาจับล๊อคได้  ส่วนยูโดและมวยปล้ำนั้นจะชนะมวยไทยก็ต้องพยายามเข้าประชิดด้านในและคอยกันศอกให้ดี   และจับจังหวะที่ขาด้วยการขัดขาและจับให้มวยไทยล้มให้ได้  เพราะมวยไทยแท้ล้มแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันเพราะวิชาด้านนี้ ทุ่มทับจับหัก กอดรัดฟัดเหวี่ยงนั้น ไม่มีการสอนกันแล้วในมวยไทย เพราะข้อห้ามบนเวที  ทำให้ศาสตร์ด้านนี้หายไป

3.มวยไทยกับคาราเต้แท้ๆ   ตัวนี้ มวยไทยได้เปรียบเพราะว่าคาราเต้แท้ๆ ค่อนข้างขาดความยืดหยุ่น  (หลบกันไม่ค่อยเป็น เน้นปัดและส่งอาวุธกันอย่างเดียว  ) แน่นอน ถ้าจังหวะเข้าถอยอย่างรวดเร็ว คาราเต้ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เพราะคาราเต้ เคยชินกับการโจมตีเป็นเส้นตรงและมักจะทุ่มกำลังทั้งหมดไปที่เป้าหมาย   แต่ก็ต้องระวังอย่าไปพลาดโดนอาวุธของคาราเต้ก็แล้วกันเพราะเขาเป็นประเภทโป้งเดียวจอด  ส่วนคาราเต้จะชนะมวยไทยได้ต้องเป็นแบบ  นิ่งสยบเคลื่อนไหว  คอยดูลีลาและหาช่องว่างใส่อาวุธเข้าใส่มวยไทย ชนิดโป้งเดียวจอด ซึ่งต้องอาศัยสมาธิและไหวพริบไม่น้อยเลย

4.มวยไทยกับคาราเต้คิกบ๊อกซิ่ง หรือเวลาพูดถึง Martial art ก็มักจะนึกถึงตัวนี้  ซึ่งผู้ชกจะนุ่งกางเกงขายาวใช้การเตะ Back spin kick (คล้ายๆ จระเข้ฟาดหาง แต่ทำได้สวยงามกว่า ) เป็นหลัก และมีหมัดกลับเสริม  เป็นการต่อสู้ที่ผสมระหว่างมวยสากลกับเทควันโด้  แต่ไปเรียกคาราเต้ได้ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่คาราเต้เน้นที่หมัด 70 % และเตะ 30 %   ฝรั่งส่วนใหญ่จะชอบฝึกอันนี้มากที่สุด  มีการจัดมาชกกับมวยไทยบ่อยที่สุด  ข้อได้เปรียบของคาราเต้คิกบ๊อกซิ่งต่อมวยไทยคืออาวุธหมัดดีกว่ามวยไทยมาก  ทั้งเรียกความเร็วและน้ำหนักการออกอาวุธ เพราะมันมาจากหัวไหล่   จากการจดมวยเช่นเดียวกับมวยสากล  จึงเคยมีนักมวยไทยเสียท่าให้กับหมัดจากนักมวยประเภทนี้เหมือนกัน  อีกทั้งยังมีหมัดกลับหลังเป็นอาวุธลับที่น่ากลัวด้วย  ( มวยไทยก็มีหมัดกลับหลัง แต่มีตำราบางเล่มเท่านั้นที่สอน  ในปัจจุบันแทบไม่เคยเห็นใครใช้เลย  ไม้นี้ชื่อว่า  ขว้างจักรนาราย  ส่วนการใช้ศอกตีไปข้างหน้าเรียก นารายคว้างจักร )  แต่จุดอ่อนของมวยประเภทนี้ คือ ขา  ขาอ่อนมาก เนื่องจากการเตะกลับหลังต้องใช้การกระโดด หรือหันหลังให้คู่ต่อสู้จึงมักจะถูกมวยไทยถีบหรือเตะตัดขาอยู่บ่อย  มวยไทยจึงมักเอาชนะการต่อสู้ประเภทนี้ได้อย่างไม่อย่างเย็นคือโจมตีที่ส่วนล่าง  หรือถีบจับหวะสวน  สรุปมวยไทยเหนือกว่าการต่อสู้แบบนี้แน่นอนถ้าสามารถระวังเรื่องหมัดได้

5.ส่วนมวยกังฟูกับมวยไทย   ผมไม่ค่อยถนัดมวยกังฟู แต่คิดว่าถ้ารักษาระยะห่างอยู่วงนอกแล้วใช้การเตะถีบ ก็สามารถเอาชนะได้ เนื่องจากดูจากลักษณะการออกอาวุธของมวยกังฟู  คิดว่าไม่น่าจะมีพละกำลังที่ส่งไปที่เป้าหมายเท่าไหรเนื่องจากต้องใช้แรงจำนวนมากไปกับการออกท่วงท่า และการจัดรูปของมือ จุดเด่นของมวยกังฟูน่าจะอยู่ที่การสร้างการบาดเจ็บให้กับผิวหนังและจุดอ่อนของร่างกายต่างๆ เช่น ตา  ลูกกระเดือก  ผิวหนัง ต่างๆ ทำให้เกิดการช้ำ  แต่คงไม่ถึงทำให้น๊อคได้  เรียกว่าเลี้ยงไข้ไปเรื่อยๆ จนคู่ต้องสู้เจ็บมากแล้วยอมแพ้ไปเอง  เรียกว่าจะเอาชนะกังฟูต้องเน้นวงนอกถึงจะดี

 

         สรุปก็คือ  มวยไทยนี้เด่นเรื่องการต่อสู้วงนอก  ขณะที่เรื่องการต่อสู้ระยะประชิดจะยังเป็นรองการต่อสู้แบบอื่น ถ้าจะเอาชนะควรเน้นวงนอกถึงจะดีครับ  ( การต่อสู้แบบอื่นๆ ที่เน้นระยะประชิด สาเหตุเนื่องจากมาจากการสวมเสื้อผ้าของพวกเขาค่อนเข้าจะหนาเพื่อให้ทนกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นจึงทำให้ขาดความคล่องตัวในการหลบหลีก การต่อสู้ของพวกเขาจึงมักเกิดในระยะประชิดเขาจึงมีการพัฒนาการต่อสู้ระยะประชิดได้ดีกว่า   ส่วนมวย  ของคนในสุวรรณภูมิ รวมถึงพม่าด้วย  การแต่งตัวมักจะบางๆ ทำให้สามารถเคลือนที่ได้อย่างว่องไว  การต่อสู้จึงมักเกิดในระยะห่างเพราะสามารถออกอาวุธยาวเช่นเตะ ถีบได้อย่างง่ายได้ ไม่มีเสื้อผ้ารุ่มร่ามมากีดขวางครับ    นี่คือความเห็นของผม

 

 โดยคุณ : zeroman             วันที่ : 2007-02-24 17:35:08