KM เป็นแนวคิด ไม่ใช่โครงการ ต้องกลืนอยู่ในเนื้องานปกติ

เมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีโอกาสได้ไปประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง "การจัดการความรู้ พัฒนาคนพัฒนางาน ได้อย่างไร" ที่โรงแรมเอบีน่าเฮาส์  กรุงเทพ ครับ

วันแรก

         ช่วงแรกเป็นการนำเสนอจากสำนักสนับสนุนการจัดการความรู้ กรมอนามัย คุณฉัตรลดา และคุณวิมล ในเรื่อง เครื่องมือ KM ที่กรมอนามัยได้ใช้ ซึ่งได้แก่ แบบประเมินตนเอง , IC mapping , Road map , PMQA integration  และแผน KM กรมอนามัย

        ในช่วงหลังมีการพูดคุยในเรื่องการต่อยอด KM และจะทำ KM ต่อไปอย่างไรอีก ซึ่งหน่วยงานส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่อง CKO ที่เปลี่ยนทุกปี ทำให้งานไม่ต่อเนื่อง บางหน่วยงานทีม  KM เปลี่ยนยกทีม ต้องมาวางแผนและเริ่มต้นกันใหม่  บางหน่วยงานทำ KM  ไปได้มากแล้ว  

วันที่สอง       

        ได้มีการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องเครื่องมือ KM ที่ใช้กันอยู่ ซึ่งในที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง มีบ่นบ้าง  รำพึงรำพันบ้าง สรุปออกมาว่า

  • ในเรื่องแบบประเมินตัวเอง ทุกหน่วยงานได้มีการประเมิน และส่วนใหญ่นำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการจัดทำ KM  แต่อยากให้แก้ไขในเกณฑ์บางข้อที่ไม่สามารถจะประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่นมีความเข้าใจและมีความสามารถ หรืออย่างกว้างขวาง (ไม่ทราบว่าเท่าไร)  แต่อย่างไรก็ตามก็มีบางหน่วยงานได้มีการจัดทำแบบประเมิน โดยคิดเกณฑ์เองเพื่อใช้ประเมินว่าอยู่ในระดับไหน
  • ในเรื่อง IC Mapping ส่วนใหญ่หน่วยงานของกรมอนามัย ยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์ของเครื่องมือชิ้นนี้ ซึ่งจากการพูดคุยอย่างกว้างขวาง เครื่องมือชิ้นนี้สามารถนำมาใช้ในการนำเสนอต่อผู้บริหารในการวางแผนการพัฒนาคนในเรื่องการจัดความรู้ และช่วยให้ทราบถึงการขยายเครือข่ายและกลุ่มคนที่เข้ามาใช้ KM ในการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี
  • Road map ของ KM ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีแนวทางการทำ KM ในองค์กรของตนเองอยู่แล้ว
  • PMQA ทุกหน่วยงานเห็นพร้องกันว่า น่าจะบูรณาการให้ KM เป็นเรื่องเดียวกับ PMQA
  • ส่วนในเรื่องแผนปฏิบัติงาน มีบางหน่วยงานคิดว่า KM เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่โครงการ  ดังนั้นไม่น่าต้องมีแผนปฏิบัติงาน  แต่บางหน่วยงานคิดต่างไปว่าน่าจะต้องมีแผนปฏบัติงาน KM ไว้เป็นแนวทางการทำงาน และถ้าหากองค์กรสามารถทำ KM ให้เนียนกับเนื้องานได้แล้ว แผนขจึงไม่ต้องมี

     ในช่วงหลัง นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการจัดการความรู้ กรมอนามัย ได้สรุปประเด็นสำคัญคือ

  1. ประเด็นพื้นฐานของการการจัดการความรู้คือ
    • อบรมเรื่อง KM ให้รู้กันทั่สองค์กร จะทำอย่างไร
    •  KM แปลว่าอะไร
    • การทำ KM ให้เนียนกับเนื้องาน และต่อเนื่องทำอย่างไร
    • จะจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ต้องทำอย่างไร  ในแง่ทั้งโครงสร้าง และระบบ
  2. KM  คือ
    • การเล่าเรื่องที่ไปประชุม หรือดูงานมา   อันนี้อาจารย์บอกเป็นการประดับความรู้
    • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการทำงาน   อันนี้เป็นการปรับปรุงการทำงาน
    • Jounal club อันนี้เป็นการประดับความรู้ และการปรับปรุงการทำงาน
    • แยก KM ในและนอกองค์กร จากเครือข่ายที่ทำงานด้วย
  3. อาจารย์บอกว่าส่วนใหญ่เราสนใจที่จะทำงานแล้วบอกว่า ทำอะไร (What) มากกว่าบอกว่า ทำอย่างไร (How)
  4. KM เป็นแนวคิด ไม่ใช่โครงการ  ต้องกลืนอยู่ในเนื้องานปกติ
    • องค์กร ----  เป้า ,ปัญหา ------ การแก้ไข ------ กิจกรรม KM ----- ความรู้
    • องค์กร ----  การพัฒนาองค์กร/งาน ---- พัฒนาองค์กร ----- กิจกรรม KM ----ความรู้
    • โดยมีทีม KM และทีม IT คอยช่วยเหลือ
  5. กระบวนการทำงานที่มี KM ประกอบด้วย

            ตั้งเป้า -------------- วางแผน ------------- ลงมือ ------------------ประเมิน

                           KM ,การพัฒนางาน,ทบทวน --------------------- AAR

สุดท่านสรุปตรงที่เทคนิคการจัดการความรู้ที่รวบรวมได้ในกรมอนามัยได้แก่

  • การศึกษาดูงาน
  • วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • การถอดบทเรียน
  • การผสานความรู้แฝง และความรู้เชิงประจักษ์ 
  • การหมุนเกลี่ยวความรู้            

ในส่วนของบทสรุปการประชุม พอดีไม่ได้อยู่ด้วย คาดว่า KM กรมคงจะได้มานำเสนอให้ทราบในโอกาสต่อไป

 

ขอบคุณครับ