การศึกษาไทยวุ่นวายเพราะ นักวิชาการค้นหาตัวเองไม่เจอซักที

 หลักสูตร 5 ส่วน ที่กล่าวถึง คือ หลักสูตรในสมัยก่อนที่แบ่งการเรียนรู้ของผู้เรียนออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มทักษะ (ภาษาไทยและคณิตศาสตร์) กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต-สปช. (วิทยาศาสตร์และสังคมศึกษา) กลุ่มสร้างเสริมลกษณะนิสัย-สลน. (ศิลปะ,พระพุทธศาสนาและคุณธรรมจริยธรรม) และกลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ-กพอ. (เกษตร,งานช่าง,งานบ้านและงานหัตกรรม) กลุ่มพิเศษได้แก่ ภาษาต่างประเทศและไอที

  โดยแต่ละกลุ่มมีความครอบคลุมการเรียนรู้ที่ครบครันอยู่แล้ว ปัจจุบันใช้เป็น 8 กลุ่มสาระ ยังไม่ครอบคลุมเนื้อหาความเป็นคนเลย ใช้ไปใช้มาเยาวชนกลับขาดความอดทน ขาดจริยธรรม ขาดความรับผิดชอบ และที่สำคัญขาดความเป็นคนอย่างที่สุด ทั้งนี้ภาระงานครูเพิ่มขึ้นจากการทำ แบบปพ.ที่มีไม่รู้กี่แบบ ทำทั้งปียังไม่เสร็จ แล้วยิ่งกิจกรรมการเรียนการสอนไม่ได้รับการพัฒนา เพราะครูมัวแต่จัดทำเอกสารธุระการชั้นเรียนจึงทำให้เวลาสอนน้อยเวลาเตรียมไม่มี แล้วผู้เรียนจะเก่งดีได้อย่างไร คนที่น่าสงสารที่สุดไม่ใช่ครู แต่เป็นนักเรียน

   แน่นอนนี่เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลที่ไม่อาจไปกดดัน หรือเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยได้ แต่การได้บอกหรือถ่ายทอด(ระบาย)ให้หลายคนได้รับรู้ก็เป็นการดีอย่างหนึ่ง ขอบอกเหตุผลง่ายๆของการเรียนรู้ตามกลุ่มเก่า (ผมไม่ได้หมายถึงวิธีการสอนแบบเก่า {เลข คัด เลิก} นะครับ) คือกลุ่มทักษะ,สปช,สลน,กพอและกลุ่มพิเศษ ดังกล่าวมาข้างต้น ซึ่งทุกกลุ่มเน้นพอๆ กัน ผลการจัดการศึกษาตามแบบเก่า(5 กลุ่ม)นั้นส่งผลมาถึงปัจจุบัน ผู้เรียนเป็นนายก เป็นนักวิชาการ รัฐมนตรี นายทหาร ครู ผอ ผู้ใหญ่ผู้โต ทั้งหลายแล่ ล้วนได้รับการศึกษาตามระบบกลุ่มเก่าทั้งสิ้น หรือถ้าบอกว่าระบบการเรียนแบบกลุ่มเก่า ทำให้ไม่มีคนเก่ง แล้วลองนึกดูว่าพวกเขาเหล่านี้เก่งหรือไม่ แล้วระบบ 8 กลุ่มสาระปัจจุบัน สร้างคนที่เก่ง แต่ขาดคุณธรรมเพราะการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับคุณธรรมถูกเบียดออกจากตารางเรียนจนไม่เหลืออีกแล้ว ผู้เรียนในปัจจุบันจึงเป็นอย่างที่เห็น สังคมชานเมืองชนบท ขาดโอกาส สังคมในเมืองขาดคุณธรรม ไร้ความอดทน

         เหล่านักวิชาการทั้งหลาย เมื่อไหร่พวกท่านจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงของการศึกษาไทยเสียที่ อย่าใช้เยาวชนเป็นหนูทดลอง(ลองผิดลองถูก)อีกเลย สงสารสังคม ประเทศจะล่มจมเพราะการศึกษาเบียงเบน ไร้เสถียรภาพ ขาดความหนักแน่น ไร้จิตวิญญาณ ปัญหาจึงเกิดขึ้นกับสังคมไทยทุกวันนี้

*******ติดตามต่อ เรื่อง "ระเบียบอัปยศ ที่ทำให้ครูขาดศักดิ์ศรี และจิตวิญญาณความเป็นครู" เร็วๆนี้***

                                                                                         ขอบคุณ

                                                                                        ครูชาวบ้าน