กลุ่มที่ 4 ก็บอกว่า
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- เข้าใจธรรมชาติของผู้สูงอายุ ทั้งที่เป็นคนใกล้ตัวที่บ้าน และคนไข้ที่จะมา
- ได้รู้ถึงศักยภาพว่า ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีศักยภาพอยู่
- เข้าใจแนวคิดการไปทำงานกับผู้สูงอายุ ในเรื่องของการสื่อสาร ที่จะเข้าถึง ให้เราไปนั่งในใจของผู้สูงอายุได้ และกลยุทธ์ในการทำงานต่างๆ ได้ทราบถึงการเฝ้าระวังโรคในช่องปาก ของผู้สุงอายุ
- เข้าใจบทบาทของตัวเอง ในการที่จะไปดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ
- ได้ทราบ trend ทราบแนวโน้ม ของประชากรว่า ต่อไปจะเตรียมตัวที่จะรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างไร
- ได้เรียนรู้ว่า เราสามารถกระตุ้น ด้วยการมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนิเทศติดตาม การประกวด หรือการไปศึกษาดูงานทั้งเราไปดูเขา และเขามาดูเรา
- ประการที่สำคัญ คือ การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไม่ควรยึดติดรูปแบบ ลุยไปก็ได้ หรือเอาที่คิดก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ได้รับ เน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ที่สำคัญที่สุด คือ การมีส่วนร่วมจากผู้สูงอายุ
สิ่งที่จะนำไปประยุกต์ใน
- บูรณาการกับสหวิชาชีพอื่นๆ
... ที่ง่ายที่สุด คือ ใน รพ. จะมีคลินิก DM, Hypertension อยู่แล้ว เราก็เอางานเราเข้าไปในกลุ่มนี้ก่อนก็ได้ หรือจะเป็นกายภาพบำบัดก็ได้
... การเข้าสู่ชุมชน เราก็เอางานลงไป บูรณาการกับงานส่งเสริมสุขภาพก็ได้ หลายๆ setting ไม่ว่าจะเป็นชมรมผู้สูงอายุ ก็ได้ อาจจะเลือกชมรมที่มีความเข้มแข็งมากก่อน เพื่อที่จะได้เป็นกำลังใจสำหรับเรา รุ่นน้อง หรือเพื่อนร่วมงานที่จะเข้าไปทำ
... หรือจะเลือกเข้าไปทำใน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อสร้างเสริมสุขภาพในเด็กเล็ก แล้วเชิญผู้ปกครองของเด็กเล็กมา ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สูงอายุ จากการสำรวจเราก็พบว่า เด็กมากกว่าร้อยละ 50 อยู่กับปู่ย่าตายาย
... เมื่อก่อนเราก็จะคิดว่า แนะนำอะไรไม่ได้หรอก พ่อแม่เด็กไม่อยู่ ตายายเอาใจ แทนที่จะได้แง่มุมนั้น เราก็สร้างอีกมุมหนึ่งขึ้นมา คือ ผู้สูงอายุเข้ามาร่วมให้ความรู้ในการดูแลลูกหลาน และให้ความรู้กับผู้สูงอายุด้วย เราก็จะยิงนกตัวเดียว คือ ตั้งใจยิงตัวเดียว แต่ได้นกสองตัว
... หรือจะเป็น setting ของ รร. ก็ได้ เราสร้างกิจกรรมเฝ้าระวังทันตสุขภาพในโรงเรียน เพียงแต่เราคิดเพิ่มอีกนิดหนึ่ง เราเป็น messenger เราสร้างกิจกรรม ก็จะเอากิจกรรมอะไรก็ได้ ให้เด็กได้นำกลับไปทำที่บ้าน หรือไปสร้างให้ผู้ปกครองที่บ้านได้มีส่วนร่วมด้วย แล้วเราก็คิดเผื่อถึงผู้สูงอายุ สร้างอะไรก็ได้ ก็ต้องไปคิดกันต่อ เราก็จะสามารถทำเรื่องของผู้สูงอายุ ใน setting ของ รร. ก็ได้ รวมทั้งเรื่องการสื่อสารด้วย - สำคัญที่สุด คือ เราจะกลับไปเผยแพร่ ให้ความรู้ที่ได้นี้ ให้กับผู้ร่วมงานที่อยู่ใกล้ๆ ให้เข้าใจผู้สูงอายุ ไม่หงุดหงิด ใจเย็นๆ ช้าลง เพื่ออย่างน้อยที่สุด เราก็จะมีกำลังใจ หรือมีความสุข ที่ได้ทำงานกับผู้สูงอายุ
- ไปเก็บข้อมูลพื้นฐานของอำเภอตัวเอง ของผู้สูงอายุในอำเภอ และพัฒนาระบบของฟันเทียมพระราชทาน แทนที่จะใส่ไปอย่างเดียว ก็จะพัฒนาระบบการ recall ให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สุงอายุให้มากที่สุด
รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ
