บ้านทรงไทย : ดิฉันขอเปิด บ้านหลังใหม่ ในโลกของ GOtoknow โดยหวังให้บ้านหลังนี้เป็นที่สถานที่ที่สมาชิกหรือคนทั่วไป จะมาเยี่ยมชม มานั่งพักผ่อน ในบ้านหลังนี้ พร้อมกับแลกเปลี่ยนนานาทัศนะต่อกัน ในบรรยากาศของบ้านที่มีห้องต่าง ๆ ไว้นำเสนอเนื้อหาสาระที่แตกต่างกันไป บ้านหลังนี้ ประกอบด้วย
· ห้องรับแขก : ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสาระ ประสบการณ์ในและต่างประเทศ
· ห้องหนังสือ : ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวิชาการด้านต่าง ๆ
· ห้องพักผ่อนกับมุมกาแฟ : ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่สบาย ๆ สัพเพเหระ
· ห้องอาหาร : ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกิน
ดิฉันจะพยายามบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ลงในพื้นที่ของ “บ้านทรงไทย” หลาย ๆ ด้านมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านให้การติดตาม แนะนำ ติชม แแลกเปลี่ยน ความรู้ซึ่งกันและกันต่อไป
เพื่อ เป็นปฐมฤกษ์ วันนี้ดิฉันขอเปิด ห้องรับแขก ตอนที่ ๑ เรื่องราว โรบินฮูดในอเมริกา
การเข้ามาในสหรัฐอเมริกา ของคนจากหลายชาติ หลายภาษา เพราะประเทศนี้เป็นที่รู้กันว่าคือ ประเทศเสรีประชาธิปไตย เป็นประเทศผู้นำของโลก มีอำนาจกำหนดความเป็นไปของประเทศในโลกอย่างไม่มีใครปฎิเสธได้ ดังนั้น คำว่า “ขุดทอง” จึงเป็นสิ่งเร้าใจให้คนหลั่งไหลเข้ามาในอเมริกา ตั้งแต่ ๖๐ ปีที่แล้ว เพราะหวังจะมาอยู่ในประเทศที่เจริญ เพียบพร้อม ด้าน การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี อันทันสมัย คนไทยเองมีจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ในอเมริกา แล้วนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศไทย แต่โอกาสในการมาอเมริกาสำหรับบางคนดูแล้ว ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่อีกจำนวนไม่น้อย ไม่มีโอกาสเข้ามาเช่นกัน ด้วยแรงดึงดูดต่าง ๆ ทำให้คนจากหลายประเทศต้องการเข้าอเมริกา แม้ว่าจะ “เข้ามาหรืออยู่อย่างผิดกฎหมายอเมริกา” จนถูกเรียกว่า “โรบินฮูด”
องค์กร พิว ฮิสแปนิก เซ็นเตอร์ เปิดเผยผลสำรวจเมื่อปี ๒๐๐๗ ของการอยู่อย่างผิดกฎหมายของคนที่เข้ามาในอเมริกา มีถึง ๑๑.๙ ล้านคน ในขณะที่ ศูนย์ศึกษาผู้อพยพ(Center for Immigration) กรุงวอชิงตัน ระบุว่าผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย มีจำนวน ๑๑.๒ ล้านคน หากเปรียบเทียบกับการสำรวจก่อนหน้านี้ตัวเลขลดจำนวนลงมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจอเมริกาที่ถดถอยลง การจ้างงานจึงลดลงเป็นเงาตามตัว แล้วยังมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น การปราบปรามอย่างหนักของทางหน่วยอิมมิเกรชั่น ,การบุกจับทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ,การบังคับใช้กฎหมายที่เอาจริงเอาจังมากขึ้น ,การเพิ่มโทษนายจ้างที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายนักขึ้น รวมทั้งการสภาคองเกรสออกมาตรการควบคุมจำนวนผู้อยู่ผิดกฎหมายหลายมาตรการ เช่น การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจชายแดน การสร้างรั้วตามแนวชายแดนยาวขึ้น กรณีนี้สำนักข่าวเอพีเคยชี้ว่าพรรคการรีพับรีกันและแดโมแครต ต่างมีแนวทางการสนับสนุนให้มีร่างกฎหมายปฎิรูประบบอิมมิเกรชั่น ที่เรียกว่า Comprehensive immigration ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหาครอบคลุม ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมือง การใช้กฎหมายบีบบังคับหรือปิดทางไม่ให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายหางานหรือมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและไม่มีประวัติอาชญากรรมสามารถยื่นเรื่องขอปรับสภาพตัวเองได้ เช่นกัน ซึ่งเราต้องติดตามความคืบหน้าของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ต่อไป หลังจากที่ไม่ผ่านสภาคองเกรสเมื่อ ๒๐๐๗
ดังนั้นจะเห็นว่าการอยู่อย่างผิดกฎหมาย “โรบินฮูด” ในอเมริกาไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป จำวนคนที่เพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นปัญหาสังคมของอเมริกา จนมีความพยายามหลายครั้งที่จะจัดการกับเรื่องนี้ เพราะการเข้ามาอยู่อย่างผิดกฎหมายเป็นการเบียดบังภาษีของคนอเมริกัน โรบินฮูดที่มีเกือบ ๑๒ ล้านคนในจำนวนนี้มีคนไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าเท่าไหร่ แต่สำนักข่าวอเมริกาออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า เฉพาะในลอสแองเจิลลีส มีคนไทยที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ถึง ๑๒๕,๐๐๐ คน อะไรทำให้ผู้คนยอมหลบซ่อนอยู่อเมริกา จากที่เคยพูดคุยกับคนไทยที่อยู่ใน ซานฟราสซิสโก , นิวเจอร์ซี่ , นิวยอร์ก ให้เหตุผลที่แตกต่างกันพอสรุปได้ดังนี้
· ๑ .ภาวะเศรษฐกิจเมืองไทยที่ไม่พออยู่พอกิน
· ๒ .ค่าเงินของอเมริกาสูงเมื่อเทียบกับเงินไทยเมื่อแลกดอลร์ล่าเป็นเงินบาท
· ๓ .ต้องการโอกาสของชีวิตที่ดีกว่า เช่น การศึกษา การได้ซิติเซ่น
· ๔ .ประสบการณ์ชีวิตที่ผิดหวังจึงต้องการ “ไปตายเอาดาบหน้า”
· ๕ .หนี้สินล้นพ้นตัว
· ๖. มีประวัติอาชญากรรม
· ๗. มีภาระการส่งเสียครอบครัว บุตร
คนไทยส่วนใหญ่ที่อยู่อย่างผิดกฎหมายมักจะเข้ามาอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือ วีซ่าทำงาน ที่มีกำหนดเวลา แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ เมื่อพ้นระยะเวลาการให้พำนักอยู่ในอเมริกาแล้วเขาเหล่านี้จะไม่กลับประเทศไทยโดยยอมรับสภาพ “โรบินฮูด” เพราะเชื่อว่าดีกว่าการกลับไปอยู่เมืองไทย การพำนักในอเมริกาของวีซ่าท่องเที่ยว หรือ visitor visa จะมีระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือน แม้ว่าบางรายอายุวีซ่ายาวถึง ๑๐ ปี แต่มิได้หมายความว่าผู้ถือวีซ่าจะอยู่ในอเมริกาติดต่อกันได้ตามที่วีซ่าระบุ เพราะวีซ่า หมายถึง การอนุญาตให้เข้าออกอเมริกา ภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่า แต่มิได้หมายถึงการอนุญาตให้พำนักอยู่ เพราะการพำนักอยู่เป็นอำนาจของ หน่วยอิมมิเกรชั่น หรือ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเมื่อเราทุกคนแตะแผ่นดินอเมริกาต้องผ่านการตรวจของอิมมิเกรชั่นที่ด่านตรวจ เช่น สนามบิน บริเวณชายแดนติดต่อกับประเทศต่าง ๆ
สำหรับคนที่เข้ามาด้วยวีซ่าทำงาน มักจะเป็นแรงงานฝีมือหรือผู้ใช้แรงงานในฟาร์ม ผัก ผลไม้ เป็นต้น เมื่อหมดสัญญาจ้างมักจะไม่กลับไทยเช่นกัน แต่จะขยับขยายตนเองเข้ามาทำงานร้านอาหาร ซึ่งร้านอาหารไทย เป็นแหล่งรวมของผู้อยู่ผิดกฎหมายของคนไทยมากที่สุด เพราะเป็นงานที่คนไทยคุ้นเคย เรียนรู้เร็ว รายได้จะได้รับเป็นเงินสด ไม่ต้องหักภาษี แม้ว่าค่าตอบแทนต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำของกฎหมายแรงงานอเมริกา คือ เริ่มตั้งแต่ ๕ - ๑๕ เหรียญ ต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความชำนาญ แต่เจ้าของร้านอาหารไทยมักจ้างในลักษณะเหมา เช่น ร้านเปิด ๑๑.๐๐-๑๑.๐๐ นาฬิกา จะจ่ายเริ่มต้นที่ ๕๐ เหรียญ ขึ้นไป หลังจากนั้น จะได้รับการปรับขึ้นตามศักยภาพ
เงินที่ได้จากการทำงาน ในร้านอาหารไทย เมื่อเปลี่ยนเป็นเงินบาทจะรู้สึกว่าได้เยอะ แต่เมื่อนำมาคำนวณหักคิดค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ แล้วถือว่าเป็นรายได้ที่น้อยมาก แถบไม่เหลืออะไรเลย แต่คนไทยเหล่านี้ก็จะอดทนจน ได้รับการปรับค่าตอบแทนสูงขึ้น เรื่อย ๆ หรือ ในบางรายจะย้ายตัวเองไปทำงานร้านอื่น ที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า ลักษณะงานร้านอาหาร ทั่วไป เช่น เชฟ, แผนกผัด, แผนกแอปพลิไทเซอร์ , แผนกเสริฟ ส่วนนี้จะได้รับเงินค่าตอบแทนประจำน้อย ประมาณ ๒๐ เหรียญต่อวัน แต่จะได้รับ ค่าทริป ซึ่งเมื่อรวมรายได้ต่อวันจะได้รับประมาณ ๗๐-๑๐๐ เหรียญ
นักศึกษาที่มาเรียนในอเมริกาชอบที่จะทำงานนี้มากกว่าทำงานในครัว
เมื่อกลายเป็นโรบินฮูด เต็มรูปแบบเขาหล่านี้ต้องอดทนต่อสู้กับภาวะการคิดถึงบ้าน คิดถึงคนในครอบครัว บางคนอยู่นานเป็นสิบปี จนปรับสภาพตนเองเป็นคนถูกกฎหมายก็มี เพราะกฎหมายอเมริกาเปิดช่องไว้เหมือนกัน เช่น การแต่งงานกับคนอเมริกัน การยืนเรื่องของกรีนการ์ด หรือ มีกฎหมายนิรโทษกรรมให้คนผิดกฎหมายได้อยู่อย่างถูกกฎหมาย ในขณะที่วิธีการเดินทางเข้าอยู่ในอเมริกาสามารถทำได้ ๔ ช่องทางด้วยกัน คือ
1. การว่าจ้างงานในประเทศ นายจ้างสามารถยื่นเรื่องขอวีซ่าทำงานให้แก่ลูกจ้างคนใดๆ ที่มีคุณสมบัติในตำแหน่งที่ถูกระบุไว้โดยมีเงื่อนไขว่า นายจ้างไม่สามารถหาอเมริกันซิติเซ่นที่มีคุณสมบัตินั้นได้แล้ว โดยทั้งนี้ข้อพิจารณาต่างๆ จะรวมไปถึงวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงานในสาขานั้นๆ การออกใบกรีนการ์ดให้แก่บุคคลในตำแหน่งที่ไม่ต้องใช้ทักษะในการทำงานมาก (Low-skilled worker) มีจำนวนจำกัดเพียง 5,000 ตำแหน่งทั่วประเทศต่อปี ความต้องการแรงงานประเภทนี้ยังมีอยู่พอสมควรแต่ในขณะที่ลูกจ้างที่เป็นชาวอเมริกันเองมีจำนวนน้อยลง เนื่องจากชาวอเมริกันมีการศึกษาสูงขึ้น
2. การได้รับกรีนการ์ดจากครอบครัว อเมริกันซิติเซ่นสามารถทำเรื่องขอกรีนการ์ดให้แก่คู่สมรส พ่อแม่ ลูก และพี่น้องได้ แต่การขอกรีนการ์ดแบบได้โดยตรงและใช้เวลาไม่นาน จะขอให้ได้เฉพาะแก่คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่สมรส แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีผู้สมัครกรีนการ์ดประเภทครอบครัวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการสะสม (Backlog) ของวีซ่าประเภทนี้ค้างอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก
3. ผู้ลี้ภัยสงครามและความไม่สงบสุขในประเทศ การออกวีซ่าผู้ลี้ภัยสงครามจะทำได้โดยบุคคลบุคคลนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความกลัวที่จะถูกทำร้าย ถูกข่มเหงรังแก หรือถูกภัยคุกคามต่างๆ ด้วยเหตุผลการขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ศาสนา สมาชิกกลุ่มองค์กรใดๆ ในประเทศ รวมไปถึงความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง และแหล่งที่มาของชนชาติ แต่อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าบุคคลใดจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอในข้างต้นแล้วก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นจะขอทำเรื่องได้ทั้งหมดเนื่องจากวีซ่าประเภทนี้มีโควต้าด้วยเช่นกัน อนึ่งเหตุผลในเรื่องของเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศนั้นๆ ไม่สามารถเป็นเหตุผลในการขอวีซ่าผู้ลี้ภัยได้
4. ลอตโตกรีนการ์ด มีการออกจำนวนกรีนการ์ดจากลอตโตจำนวน 55,000 ที่ต่อปี เป็นการออกให้แก่บุคคลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศที่มีผู้เข้าเมืองเป็นจำนวนสูงอย่างประเทศ เม็กซิโก จีน และอินเดีย จะไม่สามารถร่วมโปรแกรมลอตโตกรีนการ์ดนี้ได้ ผู้สมัครขอกรีนการ์ดจำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับชั้นมัธยมปลาย และมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 2 ปี ประเทศไทยสามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้
จากวิธีการที่มีหลายช่องทาง ทำให้ระบบอิมมิเกรชั่นของประเทศสหรัฐฯ มีความล้าหลังไม่ทันกับสภาพในปัจจุบันที่มีผู้สมัครทำเรื่องขอกรีนการ์ดที่มากล้นในแต่ละปี เหล่านี้เองเป็นคำตอบที่ว่า เหตุใดบุคคลเหล่านี้จึงเข้าประเทศอย่างไม่ถูกกฎหมาย เหตุใดเขาเหล่านั้นจึงไม่อยากรอคอย ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นชาติที่เปิดโอกาสให้บุคคลอพยพเดินทางเข้าประเทศได้อย่างสหรัฐฯ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงระบบอิมมิเกรชั่นที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
ครั้งหน้า จะมาเล่าให้ฟัง เรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรมของสหรัฐอเมริกา และอิมมิเกรชั่นกับการตรวจจัดเก็บข้อมูลผู้เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา
แล้วพบกันค่ะ