KM กับความสงสัย
เมื่อกลางปี 51 ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการทำกิจกรรม KM ของมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม ก็มีความรู้ด้านนี้เพียงเล็กน้อย ถ้าคะแนนเต็ม 5 ก็ได้แค่ 1 แต้ม เพราะไม่เคยร่วมกิจกรรมจริงๆซักที เพียงแต่เคยรับการอบรมกับฟังคนอื่นเล่าให้ฟังเท่านั้นเอง
พอเริ่มกิจกรรม ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (รองอุดม ล้อมวงศ์พานิช) ท่านก็แจกเอกสาร“จดหมายข่าวจาก RMUTI_KM Team ” ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 22 ให้อ่านคร่าวๆ จากนั้นท่านก็สรุปเนื้อหาบางประเด็นจากเอกสารให้ฟัง แล้วพาฝึกทำกิจกรรม AAR กันเลย และท่านก็ทำหน้าที่คุณอำนวยให้ด้วยโดยท่านกำหนดหัวปลามาให้ในหัวข้อ”บัณฑิตคุณภาพ” ผมก็ร่วมกิจกรรมด้วยความมึนงง แต่ก็ร่วมมือลองดูอย่างเต็มที่
หลังจากทำ AAR ผมเกิดความรู้สึกทันทีว่า วิธีนี้ดี เหมาะกับพวกเราชาวช่าง ไม่ชอบงานเขียนแต่ถ้าเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาก็พอไหว แต่ยากหน่อยก็ตรงห้ามใส่ความเห็นตอนเล่าเรื่องนั่นแหละ แหมมันทำใจลำบากน่าดู
เมื่อสกัดความรู้ออกมาทำตารางอิสรภาพแล้ว ผมก็เห็นประเด็นน่าสนใจหลายประเด็น แต่.........แต่มันก็ยังงงๆ และมันก็ยังงงๆอยู่นะครับ ว่ามันจะมีวิธีผลักดันให้เกิดรูปธรรมได้อย่างไร และยังสงสัยด้วยว่าทำไมทั้ง สกอ.และ กพร. จึงได้บังคับเรานักหนากับ KM นี้ มันมีประโยชน์มากกว่าวิธีการอย่างอื่นนักหรือไงแต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ รอกลับไปอ่านเอกสารที่แจกให้เสียก่อน ตามที่ท่านรองอุดม ได้แนะนำไว้แต่แรก
สุดท้ายเมื่อสรุปผลกิจกรรมเสร็จ ท่าน ผศ.ไพฑูรย์ พุทธมงคล ผอ.สสว เจ้าภาพจัดกิจกรรมในวันนั้น ยังบอกด้วยว่า ท่านจะสมัครสมาชิก GotoKnow ให้ เพื่อให้พวกเราที่ร่วมกิจกรรมวันนั้น ได้มี Blog ใช้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แหม..แหม..แหม..แหม..ฟังแล้วยังนึกเลยว่า ท่าน ผอ.สสว จะบริการประทับใจอะไรปานนั้น ..เอ้อ แล้วไอ้ Blog ที่ว่านั้นคืออะไร ทำให้วันนั้นกลับบ้านด้วยความสงสัย และเกิดคำถามตามมา คือ
1. หัวปลามายังไง มีประโยชน์อะไร
2. AAR น่าจะมีประโยชน์มากกว่านี้
3. การสกัดความรู้น่าจะมีเทคนิคดีๆ ง่ายๆ วิธีอื่นๆอีก
4. สกัดความรู้แล้วจะทำให้เกิดผลได้จริงหรือ หรือก็แค่รู้
5. Blog คืออะไรกันแน่ มีประโยชน์มากแค่ไหนแน่
และข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในวันนั้นแหละครับ ทำให้ผมใด้เริ่มต้นหัดเรียน ฝึกเขียน Blog ในวันนี้