แนวทางในการจัดการความรู้เรื่องการประกันคุณภาพ
การดึงความรู้ หรือ ศักยภาพของครู (Release Human Potential)
จากครูที่มีความรู้เรื่องการประกันคุณภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การใช้ และเผยแพร่ความรู้ระหว่างกัน
เป็นการสร้างความสำเร็จในการจัดการศึกษาร่วมกัน ความรู้จะได้รับการถ่ายทอด เผยแพร่จากคนไปสู่คน จากครูที่ไม่มีความรู้เรื่องการประกันคุณภาพ ก็จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องนี้
จัดการความรู้ด้วยกิจกรรม หรือ วิธีการที่หลากหลาย
เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ที่สำคัญ ต่อการบรรลุผลตามวิสัยทัศน์ หรือ เป้าหมาย ของโรงเรียน
ได้แก่กิจกรรม ดังนี้
3.1 การมอบหมายสั่งการ เพื่อให้ได้ ความรู้ที่เป็นรูปธรรม (Explicit
Knowledge) จากบุคลากรมาใช้ในในการยกระดับคุณภาพ ความรู้ในการปฏิบัติงาน (Working Knowledge) ที่มีอยู่ หรือสรรหามา
3.1.1 กระบวนการ / วิธีการปฏิบัติ ที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่มีอยู่
หรือสรรหามาใหม่
3.1.2 สรุปสาระสำคัญจากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
(Book Brief) เช่น หลักการ แนวคิด ทฤษฎีการสอน
ที่สรรหามาใหม่
3.2 การจัดการความรู้ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย
ความรู้นามธรรม จากครู หรือบุคลากรอื่น มาใช้โดยวิธีการต่างๆ สำหรับทุกคน
พิจารณาเลือกใช้ ดังที่กล่าวมาแล้ว เช่น
3.2.1 การหมุนงาน หรือหน้าที่ความรับผิดชอบ ของบุคลากรอย่าง
เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ หรือ เป้าหมายความสำเร็จใด ๆ ของโรงเรียน
3.2.2 จัดระบบพี่เลี้ยง เพื่อให้พี่เลี้ยงนำส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ
ให้การปฏิบัติงานเป็นไปตาม วิสัยทัศน์ หรือ เป้าหมายความสำเร็จ
3.2.3 จัดทีมงานข้ามสายงาน หรือกลุ่มสาระ เพื่อสร้างความร่วมมือ
ถ่ายเทความรู้ระหว่างกัน และสร้างสรรค์งานตาม วิสัยทัศน์ หรือ เป้าหมายความสำเร็จ
3.2.4 จัดอบรม สัมมนา ความรู้ใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ เกิดความสำเร็จ
ตามวิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายในเรื่องการประกันคุณภาพ
3.2.5 จัดให้มีกิจกรรม ระดมพลังสมองผู้มีประสบการณ์ เฉพาะทาง (Focus
Group)เพื่อกำหนดวิธีการบางอย่างที่จะนำไปสู่ความสำเร็จจัดให้มีกิจกรรมถอดองค์ความรู้ด้วยวิธีการเล่าเรื่อง (Story Telling) เพื่อถ่ายเทความคิด ความรู้เรื่องระบบประกันคุณภาพของโรงเรียน
4. การส่งเสริมให้ครู หรือ บุคลากรแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เป็นการส่งเสริมให้บันทึกงานบนเว็บไซต์ (blog) หรือ สอบถามผู้เชี่ยวชาญ (Ask an Expert) ผ่าน blog หรือ วิธีอื่นๆ เพื่อนำความรู้ (Tacit Knowledge) ในเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาให้มีมาตรฐานตามตัวชี้วัดที่กำหนด
5. การประมวลและกลั่นกรองความรู้
ในกรณีที่เป็นความรู้กลุ่มแรก ความรู้กลุ่มบทความ ซึ่งเป็นความรู้รูปธรรม ควรได้รับการกลั่นกรองเป็นอย่างดีก่อนการนำเข้าสู่ระบบการจัดเก็บในระบบเอกสารปกติหรือ ระบบ ICT เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บเป็นคลังความรู้ของโรงเรียน
6. การบริการ การเข้าถึงความรู้เรื่องการประกัน
เป็นการกำหนดวิธีการกระจายความรู้สู่ผู้ใช้ ในรูปเอกสาร หรือ ฐานความรู้ ICT ที่ทุกคนสามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลา ทุกที่ ที่มีบริการ อินเตอร์เน็ต