ทำอย่างไรนักเรียนจะรักการอ่าน หรืออ่านแล้วเข้าใจ???  โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ครูผู้สอนมักประสบปัญหากันอยู่เสมอ  บังเอิญผู้เขียนได้มีโอกาสได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการอ่าน จนได้นำเสนอเป็น  Best Practice   ที่ลงมาให้คุณ ๆ  ได้อ่านกันดูในบล็อกนี้  (จึงเป็นภาษาทางการหน่อยนะคะ  อ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่า  ... ซีเรียสจริงเชียว)  อ่านแล้วช่วยติชมเข้ามาบ้างนะคะ

                   เป็นที่ทราบกันดีว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้และความสามารถของเยาวชนในประเทศ แต่คนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ยังมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษจำกัด โดยจะอ่านเฉพาะในห้องเรียนเพื่อตอบคำถามของครูเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามธรรมชาติ และไม่ใช่เป้าหมายการอ่านในชีวิตจริง

                    ด้วยเหตุดังกล่าว  ผู้สอนจึงได้คิดหาวิธีการเสริมสร้างเจตคติให้ผู้เรียนเกิดนิสัยรักการอ่านรวมทั้งเป็นการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน  (อ33101)  และภาษาอังกฤษเพิ่มเติม รายวิชาสนุกกับการอ่าน   (อ30203)  โดยใช้วิธีการตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.  กระตุ้นให้เกิดการอ่าน ผู้สอนได้เริ่มจากการปลูกฝังเจตคติและทัศนคติที่ดีด้านการอ่าน

ให้เกิดแก่ผู้เรียน ด้วยการชี้แจงให้เห็นว่า  จะอ่านอะไร  อ่านทำไมและอ่านอย่างไร  โดยผู้สอนจะกระทำตนเป็นกัลยาณมิตรคอยช่วยเหลือแนะนำทั้งนี้ จะต้องคำนึงถึงพื้นฐานความรู้  วุฒิภาวะ  และความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก

2. แนะนำวิธีการอ่าน โดยสอนการใช้เทคนิคต่างๆ     ในขั้นแรกได้มอบหมายให้

นักเรียนศึกษาค้นคว้าวิธีการอ่านภาษาอังกฤษจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ  เช่น  สอบถามจากผู้รู้  หรือค้นคว้าจากห้องสมุด  จากสื่ออินเตอร์เน็ต  หลังจากนั้นครูและนักเรียนได้นำแนวคิดวิธีที่ได้มาอภิปรายร่วมกันถึงจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละเทคนิควิธี  และขั้นสุดท้ายครูนำเสนอแนวคิด  4 Do’s and 4 Don’ts ในการอ่านภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน

 3.    ครูผู้สอนต้องนำทักษะการอ่านมาบูรณาการในแผนการจัดการเรียนรู้  ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพทักษะการอ่านของผู้เรียนให้สูงขึ้นตามลำดับ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการฝึกฝน  ซึ่งผู้เรียนควรจะได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทักษะการอ่านที่ดี  จะนำผู้เรียนไปสู่ทักษะการพูด และการเขียนที่ดีได้เช่นเดียวกัน

4.      จัดทำโครงการส่งเสริมกิจกรรมการอ่านให้แก่ผู้เรียน  นอกจากการส่งเสริมให้ผู้เรียน

ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันทักษะด้านการอ่านในระดับต่าง ๆ ตามโอกาส แล้ว  ผู้สอนยังได้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านเพิ่มเติม  ดังต่อไปนี้

                                -  โครงการห้องแห่งการเรียนรู้  ได้จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนให้

เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีหนังสือพิมพ์หรือหนังสือที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจและมีความยากง่ายของภาษาอยู่ในระดับที่เหมาะสมให้ผู้อ่านเลือกอ่านได้ ซึ่งผู้สอนได้สนับสนุนให้ผู้เรียนอ่านเพื่อความเข้าใจและความเพลิดเพลิน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน อย่างไรก็ตามควรคำนึงอยู่เสมอว่า  การฝึกฝนการอ่านในสังคมไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากผู้เรียนมีโอกาสฝึกจำกัดเพียงแค่ในชั้นเรียนเท่านั้น

-          โครงการ English Tips   วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่าน

โดยการส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักสืบค้นข้อมูลจากสื่ออินเตอร์เน็ต  รูปแบบของงานที่ผู้เรียนจะต้องนำเสนอคือเกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษที่นักเรียนสนใจ   เมื่อทำการสืบค้นได้  ก็จะจัดพิมพ์ข้อมูลขนาดหน้ากระดาษเอ 4  นำมาติดนำเสนอไว้หน้าห้องเรียนโดยหมุนเวียนกันสัปดาห์ละ  4  เรื่อง และทุกวันศุกร์ จะมีการประเมินผลโดยมีกิจกรรมตอบคำถามเรื่องราวที่ได้นำเสนอไปในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา และมอบเกียรติบัตรรางวัลให้แก่นักเรียนที่

ตอบคำถามได้คะแนนสูงสุดตามเกณฑ์ในแต่ละรอบสัปดาห์

-  ส่งเสริมให้นักเรียนจัดทำแฟ้มสะสมผลงานด้านการอ่าน  (My Reading Portfolio)   

ในรายวิชา  สนุกกับการอ่าน  ผู้สอนได้ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักการเสาะแสวงหาหนังสือ  บทความ  หรือจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ  นำมาถ่ายเอกสารแล้วสรุปข้อมูลในลักษณะของ  Mind Mapping ด้วยภาษาของนักเรียนเองเก็บไว้ในแฟ้มสะสมงาน โดยกำหนดไว้ว่า ให้ได้อย่างน้อยภาคเรียนละ 20  เรื่อง

- โครงการ  The Great Reader  สืบเนื่องมาจากโครงการ My Reading Portfolio

ผลจากการดำเนินงานตามโครงการในช่วงแรก ๆ  นั้นนักเรียนยังให้ความสนใจค่อนข้างน้อย  บางคนเกือบสิ้นสุดภาคเรียนยังมีงานนำเสนอไม่ถึงร้อยละ 50 ของปริมาณงานที่กำหนด  ดังนั้น  ผู้สอนจึงได้จัดทำโครงการ The Great Reader ขึ้นมารองรับ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเสริมแรงแก่นักเรียนที่มีผลงานการอ่านดีเด่น โดยดูจากปริมาณงานการอ่านที่สะสมไว้ในแฟ้มและคุณภาพของงาน ผลจากการดำเนินงานตามโครงการปรากฏว่า นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเก็บผลงานการอ่านและมีคุณภาพงานที่น่าพอใจมากขึ้น

 

จากการดำเนินการดังกล่าวทำให้ได้ข้อค้นพบว่า   การพัฒนาทักษะและเจตคติด้านการอ่านจะสัมฤทธิ์ผลได้นั้น  ก็ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ  ผสมผสานกัน  เริ่มตั้งแต่เทคนิควิธีการของครูผู้สอนในการที่จะกระตุ้นผู้เรียน  ความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของผู้เรียนเอง  ตลอดถึงการจัดบรรยากาศแวดล้อมต่าง    ที่มีส่วนส่งเสริมต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนเข้าช่วย  ซึ่งผู้สอนก็ต้องสรรหาและพัฒนาเทคนิควิธีการเพื่อพัฒนาผู้เรียนต่อไป