การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศในการบริหาร

การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศของการบริหารจัดการ  ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องมีการจัดการนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อให้องค์กรบริหารไปสู่เป้าหมายที่มีคุณภาพ  ซึ่งนวัตกรรมทางการบริหารจัดการที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง  ควรนำมาใช้ คือการจัดการเชิงกลยุทธ์  ซึ่งมีดังนี้

1.       มี  SWOT  ช่วยให้เกิดการวางวิสัยทัศน์  พันธกิจ  และยุทธศาสตร์ขององค์กร

2.      Balance  Score  card   ช่วยให้เกิดการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติโดยมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนและสมดุลทั้งทางด้านประสิทธิภาพ  ประสิทธิผลกระบวนการทำงานและนวัตกรรมการพัฒนา

3.      ใช้  Strategy  map   เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างยุทธศาสตร์ต่างๆ

4.      การจัดการความรู้  เพื่อให้องค์กรตัดสินใจและทำงานบนพื้นฐานความรู้  ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้จากการทำงานไปด้วย

5.      การจัดการคุณภาพ  คือการทำให้นักเรียนมีคุณภาพ ต้องมีการจัดการโดยเฉพาะการสร้างวงจรคุณภาพในทุกระบบงาน  หรือวาง PDCA

6.      การพัฒนาคุณภาพภายในสถานศึกษาหรือการประกันคุณภาพที่มักรู้จักในชื่อToPSTAR  ซึ่งมุ่งให้เกิดการจัดการคุณภาพใน  10  ระบบที่สัมพันธ์กันของสถานศึกษา

ระบบสารสนเทศ

            สถานศึกษาที่มีระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์  ครบถ้วนเป็นปัจจุบันเรียกใช้ได้สะดวกและตรงตามความต้องการ  จะช่วยให้สถานศึกษาสามารถดำเนินงานพัฒนาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นการสร้างความมั่นใจที่ตั้งอยู่บนฐานของหลักวิชาการ  หลักฐานข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้  มีกระบวนการวิเคราะห์และประมวลผลที่เป็นวิทยาศาสตร์  หลักตรรกและความสมเหตุสมผล  เพราะสารสนเทศทั้งหลายนั้นนอกจากจะใช้ในการวางแผนการดำเนินงานและประกอบการตัดสินใจแล้ว  ยังนำไปสู่การพัฒนาแนวความคิด  และสร้างทางเลือกใหม่ๆในการดำเนินการต่างๆ

            สารสนเทศที่ดีจะต้องมีคุณภาพ  ทั้งในด้านความถูกต้อง  มีความเป็นปัจจุบันสามารถตอบสนองผู้ใช้ได้ ทันเหตุการณ์  จึงควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

1.      มีการตรวจสอบความถูกต้อง (Verifiability)

2.      มีความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)

3.      มีความสมบูรณ์และครอบคลุม (Comprehensiveness) เพียงพอที่จะใช้ตัดสินใจ

4.      มีความชัดเจน (Clarity) ไม่ต้องตีความ แต่มีความกะทัดรัดได้ใจความ

5.      มีความเกี่ยวข้องตรงต่อความต้องการของผู้ใช้ (Relevance)

6.      มีความยืดหยุ่น (Flexibility) ปรับใช้ได้ในหลายสถานการณ์

7.      ใช้ได้ง่าย รวดเร็ว (Accessibility)

8.      สามารถจัดระบบตั้งแต่การเตรียมข้อมูลนำเข้า การประมวลผล และนำผลรายงานในเวลาที่ทันต่อเหตุการณ์ (Timeliness)

 แนวคิดเกี่ยวกับความสำคัญของนวัตกรรมและสารสนเทศในยุคของการเปลี่ยนแปลง

1.       บุคคล/หน่วยงานที่รู้จักจัดการความรู้  มีการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศและคิดค้นนวัตกรรมที่เหมาะสมกับสภาพองค์กรจะทำให้องค์กรก้าวสู่ความสำเร็จ  มีคุณภาพ  ประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมาย  รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนร่วมมือจากบุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กร 

2.       ในการบริหารสถานศึกษาหรือการบริหารองค์กรใดก็ตามผู้บริหารต้องอาศัยข้อมูลข่าวสาร  และบริบทขององค์กรมาประมวลเป็นความรู้และจัดทำเป็นระบบสารสนเทศของสถานศึกษาเพื่อทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้  และสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา  เช่น  การนำผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพโรงเรียนไปใช้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน  นำผลสรุปการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพโรงเรียนไปใช้ในการจัดทำเอกสารแผนกลยุทธ์และกรอบประมาณการรายจ่ายล่วงหน้า (กรมสามัญ. 2545 : 24)

3.       สารสนเทศจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทาง  ยุทธศาสตร์  และนโยบายขององค์กร

4.       นวัตกรรมและสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา  ทำให้มีระบบและกลไกในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษา  ไม่ว่าจะเป็น  ทรัพยากรการเงิน  ทรัพยากรบุคคล  ทรัพยากรด้านวัสดุอุปกรณ์  ทรัพยากรด้านการบริหารจัดการ

5.       นวัตกรรมและสารสนเทศเป็นกลไกในการบริหารงานบุคคลที่จะช่วยส่งเสริมสมรรถนะในการปฏิบัติงาน  ทำให้บุคลากรมีขวัญกำลังใจ  มีการพัฒนาและรักษาคุณภาพในการปฏิบัติงาน  รวมทั้งช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรที่มีศักยภาพมีโอกาสประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในอาชีพ/หน้าที่การงานอย่างรวดเร็วตามสายงาน

6.       สารสนเทศทำการปฏิบัติงานในสถานศึกษาให้เกิดความสะดวก  รวดเร็ว  มีระบบ  และมีข้อมูลที่พร้อมใช้งานหรือรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทันเวลา  ทันเหตุการณ์  อย่างมีประสิทธิภาพ