หากหวังให้ประสบความสำเร็จในการใช้หลักสูตรใหม่(ฉบับ พ.ศ.2551)

ในปี 2552 จะมีการทดลองนำร่องใช้หลักสูตรใหม่(หลักสูตร2551) กำหนดเป้าหมาย อย่างน้อย เขตพื้นที่การศึกษาละ 3 โรงเรียน ซึ่งขณะนี้คาดหวังว่า เขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ คงจะจัดทำ กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ของเขตพื้นที่การศึกษา เป็นที่เรียบร้อยแล้วรวมทั้งโรงเรียนส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มทดลองนำร่องก็น่าจะจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา เรียบร้อยแล้ว เช่นกัน(หรือกำลังจะเรียบร้อย)

เพื่อให้การทดลองนำร่องการใช้หลักสูตร 2551 เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ผมคิดว่าในขั้นของการนำหลักสูตรไปใช้(Curriculum Implementation)ในระดับสถานศึกษา  เราจะต้องขับเคลื่อนหลักสูตรอย่างมีหลักวิชา ทุกสถานศึกษาควรกำหนดโมเดลการทำงาน(Action Model)ที่เป็นรูปธรรมโดยโมเดลการทำงานควรจะสอดคล้องกับหลักทฤษฎีในการบริหารจัดการที่สำคัญ ๆ เช่น หลักการมีส่วนร่วม  หลักการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หลักการในการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน หลักการตัดสินใจโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ฯลฯ  โดยในการบริหารจัดการหลักสูตรจะต้องยึดหลักเหล่านี้อย่างจริงจัง(แต่ละโรงเรียนอาจมีจุดเน้นในหลักวิชา หรือ Action Modelที่แตกต่างกัน) อีกทั้ง จะต้องมีปฏิทินการปฏิบัติงานตลอด 12 เดือนและเป็นที่รับทราบตรงกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องกลุ่มต่าง ๆ(Stakeholder)  ผมขอยกตัวอย่างปฏิทินการขับเคลื่อนหลักสูตรในปี 2552 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ดังนี้

1) จัดให้ผู้เกี่ยวข้องคือ ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา แกนนำชุมชน แกนนำเครือข่ายผู้ปกครอง และแกนนำนักเรียน ประชาพิจารณ์ วิพากษ์ หรือวิเคราะห์หลักสูตร

...(วันที่ 3 มีนาคม 2552)             

(1) วิพากษ์หลักสูตรแกนกลางประเทศ ว่ามีหลักการ แนวปฏิบัติอย่างไร มีจุดเด่น จุดด้อย อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรแกนกลาง 2551

(2) วิพากษ์กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น ที่พัฒนาโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด

(3) วิพากษ์ ร่างหลักสูตรสถานศึกษา ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด

2) ทดสอบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ของครูและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ทุกคน เข้าใจหลักสูตร ตรงกันในการนี้ ผู้บริหารและครู ควรผ่านการทดสอบความรู้โดยได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของคะแนนเต็ม  ในขณะที่ เครือข่ายผู้ปกครอง หรือแกนนำชุมชน กำหนดเกณฑ์การผ่านร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม

...(ระหว่าง วันที่ 6-8 เมษายน 2552)  

3) หลังจากครูผู้สอนแต่ละรายวิชา จัดทำแผนจัดการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปี 2552 จัดให้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอนในกลุ่มสาระเดียวกันก่อน โดยเชิญเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในเขตพื้นที่ ให้เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

...(วันที่ 8 พฤษภาคม 2552)

4) จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูกลุ่มสาระเดียวกัน อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อเดือน

...(ปฏิทินภายในของแต่ละกลุ่มสาระ รวม 3 ครั้ง)

5) ส่งเสริมให้ครูผู้สอน ระดับรายวิชา มีการทดลอง วิจัยและพัฒนารูปแบบการสอน รูปแบบการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน อย่างหลากหลาย  อย่างเป็นระบบ

...( สัมมนาเสนอผลการวิจัย วันที่  2 ตุลาคม 2552)

6) ในการประชุมประจำเดือนระดับสถานศึกษา ในปี 2552 กำหนดวาระพิเศษ รายงานความก้าวหน้าในการใช้หลักสูตรของกลุ่มสาระต่าง ๆจัดทำเป็นเอกสาร รายงานแบบสั้น ๆ ต่อที่ประชุม  โดยเฉพาะในประเด็นที่เห็นว่า เป็น Best Practice ของแต่ละกลุ่มสาระ

...(พุธที่ 2 เดือน มิ.ย.  ก.ค. และ ส.ค.52 )

7) สิ้นภาคเรียนที่ 1 ปี 2552 จัดสัมมนาประเมินผลการใช้หลักสูตร ภาคเรียนที่ 1โดยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหลายแหล่ง หลายลักษณะ ใช้ประกอบการสัมมนา(ผู้เข้าสัมมนาประกอบด้วย ผู้บริหาร ครูกรรมการสถานศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครอง และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น )

                ...(วันที่  25 กันยายน 2552)

8) จัดประชุมเตรียมความพร้อมในการทดลองใช้หลักสูตรภาคเรียนที่ 2/2552 ก่อนเปิดภาคเรียน

...(วันที่  5 พฤศจิกายน 2552)

9) ทุกกลุ่มสาระ รายงานความก้าวหน้าในการใช้หลักสูตรต่อที่ประชุมประจำเดือน

...(วันพุธที่ 2 ของเดือน ธ.ค.52  ม.ค. และ ก.พ.53)

10) สิ้นปีการศึกษา 2552  จัดสัมมนาประเมินผลการทดลองนำร่องการใช้หลักสูตร(โดยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลการใช้หลักสูตรระดับกลุ่มสาระ นำเสนอต่อที่ประชุม  เชิญกรรมการสถานศึกษา และเครือข่ายผู้ปกครอง ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมด้วย และสถานศึกษา จัดทำรายงานการประเมินความก้าวหน้าในการใช้หลักสูตร ระยะ 1 ปี ในภาพรวมของสถานศึกษา)

.....(วันที่ 23 มีนาคม 2553)

11) รายงานผลการทดลองนำร่องการใช้หลักสูตรแก่เขตพื้นที่การศึกษาและ สพฐ.

.....(ภายใน  8 เมษายน 2553)

 ผมคิดว่า หากกระบวนการใช้หลักสูตร ได้กำหนด Action Model ที่ชัดเจน และ มีปฏิทินปฏิบัติการ ที่เป็นรูปธรรม ดังตัวอย่างข้างต้น การใช้หลักสูตรครั้งนี้ คงจะประสบความสำเร็จ อย่างน่าภาคภูมิใจ แน่นอน”