GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ถกเครียดกรอบงบประมาณปี 2550

ถกเครียดกรอบงบประมาณปี 2550
     นายสมชัย สัจจพงษ์ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้ (18 เม.ย.)  กระทรวงการคลังจะเสนอกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2550 ให้ที่ประชุม ครม. รักษาการรับทราบตามปฏิทินงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์เดิมที่วงเงิน 1.476 ล้านล้านบาท หลังจากที่ได้หารือกับ 3 กรมจัดเก็บภาษีคือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต พร้อมด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่าจะไม่มีการปรับลดเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ลงแต่อย่างใด
ทั้งนี้ การประมาณการรายได้ในงบประมาณปี 2550 คำนวณมาจากฐานการจัดเก็บรายได้ในปี 2549  ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.36 ล้านล้านบาท  และในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2549 ก็สามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมายแล้ว 8,000 ล้านบาท และในเดือน เม.ย.นี้ จะมีรายได้จาก บมจ.ปตท. ที่จ่ายเงินปันผลให้กระทรวงการคลังอีกประมาณ 13,000 ล้านบาท และยังมีรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลที่เหลือบางส่วน รวมทั้งในเดือน พ.ค. คาบเกี่ยวเดือน มิ.ย. จะมีรายได้จากภาษีนิติบุคคลอีกไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาท และเดือน ส.ค. คาบเกี่ยวเดือน ก.ย. จะมีรายได้จากภาษีนิติบุคคลครึ่งปีแรกของปี 2549 รวมถึงรายได้จากส่วนราชการอื่นและรัฐวิสาหกิจอีก ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดเก็บรายได้ปี 2549 เป็นไปตามเป้าหมาย   ดังนั้นเมื่อฐานรายได้ปี 2549 ไม่เปลี่ยนแปลงก็ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ ต้องเปลี่ยนประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2550
นายสมชัยกล่าวว่า การประมาณการรายได้ในปี 2550 ที่จำนวน 1.476 ล้านล้านบาท ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าเศรษฐกิจขยายตัวในระดับ 5.5-6.5% และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 3.5% และยังสามารถจัดทำงบประมาณแบบสมดุลได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน  แม้ว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2550 อาจล่าช้าออกไปประมาณ 1 เดือน จากสถานการณ์การเมือง แต่จะไม่มีปัญหาเพราะสามารถนำเงินงบประมาณในปี 2549 มาใช้แทนไปก่อนได้โดยไม่ผิด พ.ร.บ.งบประมาณ
ส่วนการปรับปรุงการนำส่งรายได้ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือผูกพันกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลหรือฐานะเงินคงคลัง เพราะได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว และจะเห็นว่ารายได้ทั้งหมดของรัฐบาลก็มาจากภาษี 90% ที่เหลืออีก 10% มาจากการนำส่งรัฐวิสาหกิจและส่วนราชการอื่น แสดงให้เห็นว่าสัดส่วนเพียง 10% ไม่ได้ช่วยทำให้ฐานะการคลังดีขึ้นมาก

ไทยรัฐ  18  เมษายน  2549

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 24338
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)