ระบบคุณภาพ IQA EQA PMQA MBNQA TQA

การนำ PMQA มาโยงกับคำรับรองปฏิบัติราชการ เริ่มตั้งแต่ปี 2549 กำหนดเป็นตัวชี้วัดเลือก ปี 2550 กำหนดเป็นตัวชี้วัดบังคับ สำหรับส่วนราชการ ยกเว้นมหาวิทยาลัย  ปี 2551 น้ำหนักร้อยละ 22 เป็นตัวชี้วัดบังคับ และปี 2552 น้ำหนักร้อยละ 20 และน้ำหนักร้อยละ 30 สำหรับมหาวิทยาลัย  เป็นเครื่องชี้ทิศทางว่า ก.พ.ร. เอาจริงกับเรื่องนี้  มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมัครเลือกตัวชี้วัดนี้ตั้งแต่แรก โดยนำตัวชี้วัด KM ไปแลก เนื่องจากอยากทำ KM แบบธรรมชาติ และคิดว่าใน PMQA ก็มีเรื่อง KM บังคับอยู่แล้ว การขับเคลื่อน PMQA นี้ ก.พ.ร. ใช้ความร่วมมือกับ สถาบันเพิ่มผลผลิตเป็นหลัก ต่อมาในปี 2551 จึงให้สถาบันส่งเสริมกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือ IGP เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานแทน  ผลการดำเนินงานต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ที่จะให้เห็นผลโดยเร็ว  แม้ว่าจะใช้สื่อการสอน การอบรม หลายรูปแบบก็ตาม ส่วนราชการประสบปัญหามาก บางหน่วยงานถอดใจใช้วิธี เรียนลัด คือ จ้างเหมาให้มืออาชีพเข้ามาช่วยทำ  แบบเบ็ดเสร็จ จากการพบปะกับเลขาธิการ ก.พ.ร. และผู้เกี่ยวข้องอีกหลายท่าน 

ผมเสนอว่า ให้ปรับวิธีการใช้ PMQA กับส่วนราชการโดย เป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป น่าจะเห็นผลในระยะยาวมากกว่า เพราะเปิดโอกาสให้ส่วนราชการได้เรียนรู้ โดยใช้เครื่องมือนี้ ในปี 2552 ก.พ.ร. จึงปรับเกณฑ์ใหม่โดยกำหนดเกณฑ์ PMQA ขึ้นต่ำ ที่ส่วนราชการพึงกระทำ  และให้ทำปีละ 2 หมวด ภายใน 3 ปี จึงครบ  สำหรับมหาวิทยาลัยให้ทำปี 3 หมวด ภายใน 2 ปี จึงครบ และคาดว่าจะเห็นผลสำเร็จ ซึ่งจะมีการประกวดหรือให้รางวัลรายหมวด หากส่วนราชการใดมีความเข้มแข็ง ก็สามารถยกระดับไปในเวที TQA ได้ นอกจากนี้ IGP ยังใช้ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา ที่เรียกว่า "หมอองค์กร" เพื่อให้คำแนะนำแก่ส่วนราชการตามเกณฑ์ขั้นต่ำ  ในการนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีส่วนสนับสนุน "หมองค์กร" ให้แก่ 19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และเสนอแก่ IGP ว่าในปีต่อๆ ไป น่าจะขอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ ช่วยกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งภาคเหนือคาดว่า จะเป็น มช. และมน. ภาคใต้ ได้แก่ มอ. เป็นต้น