km เป็นเครื่องมือการบริหารองค์กร

สรุปการบรรยายของวิทยากร คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ จากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ให้กับนักศึกษา  KMรุ่น 4 หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อ 1 ก.พ. 2552  เวลา 9.30 12.00 น

การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) ในแนวคิดของคุณทวีสินฯ นั้นกล่าวถึง การจัดการความรู้ว่าเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการบริหารจัดการองค์กร  การนำการจัดการความรู้ (KM)ไปใช้ในองค์กรจะประสบผลสำเร็จขึ้นอยู่กับผู้นำองค์กร ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับพนักงาน ได้นำความรู้ประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  และหากจะการพัฒนาการเรียนรู้ของบุคลากรในองค์กรไม่ควรเน้นการสัมมนาในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ควรหาเวทีปฏิบัติจริงจะดีกว่า  การมุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงประจักษ์ (Action Learning)  คือ การค้นหาตนเองด้วยการปฏิบัติมาก ๆ และปฏิบัติบ่อย ๆ แล้วจะเกิดความรู้ รวมทั้ง การสะท้อน ความคิด (Reflection) ต้องพิจารณาตัวเองให้ถ่องแท้ ให้รู้จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง มีการถามข้อเสนอแนะ เรื่องที่คาใจ ซึ่งทำให้เกิดการสะท้อนตัวเองออกมา และควรสร้างบรรยากาศที่ดีในการเอื้อต่อการเรียนรู้ของคนในองค์กร ควรเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของคนจากการรับรู้เป็นการเรียนรู้ และควรเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของคนในองค์กรจากรอรับให้เป็นขอรับ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงองค์ประกอบความสำเร็จในการนำการจัดการความรู้ไปใช้ในพัฒนาคุณภาพงานสำหรับเครื่องกลได้แก่

                1. ด้านความสัมพันธ์ (Quality of relationships)

                2. ด้านความคิด (Quality of thinking)

                3. ด้านการปฏิบัติ (Quality of action)

                4. ด้านผลลัพธ์ (Quality of results)

                คุณทวีสิน ยังได้กล่าวถึง เกลียวความรู้(Knowledge spiral) หรือ SEGI Model Conversion Process โมเดลการสร้างความรู้ในองค์กร ของ Nonaka และยกตัวอย่างแต่ละกระบวนการ ดังนี้

     - กระบวนการ Practice ได้แก่ CoPs, Action learning programs, QC, Workshop

     - กระบวนการ Reflection และ Sharing ได้แก่ Dialogue, Reflection, AAR, Portfolio

     - กระบวนการ Systemizing ได้แก่ IM(Information management), Share point, Website, Diary, Journal

นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบสังคมอุตสาหกรรมกับสังคมการเรียนรู้ ไว้ดังนี้

       สังคมอุตสาหกรรม เน้นการปฏิบัติ ได้แก่ Machinery, Robote, Assembly line

       สังคมการเรียนรู้ เน้นทั้งความคิดและการปฏิบัติ ได้แก่ “Head and Hand” of every employee

และเปรียบเทียบระหว่างเศรษฐกิจแบบเก่า ซึ่งเน้นทรัพย์สินที่มองเห็นและแตะต้องได้ เช่น Land, Building

 Facilities, Inventory กับเศรษฐกิจแบบใหม่ (เศรษฐกิจฐานความรู้) ซึ่งเน้นทรัพย์สินที่มองไม่เห็นและแตะต้องไม่ได้ เช่น Leadership, Knowledge,Relationship, Brand