กระทรวงการคลังชงงบประมาณปี 53เข้าครม.คาดรายจ่ายเฉียด 2 ล้านล้านบาท สวนทางรายได้ต่ำกว่าปีก่อน ส่งผลงบขาดดุลกู้ชดเชยเต็มเพดานต่อเนื่องอีกปี
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะนำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ โดยยอมรับว่ากรอบรายได้ของปีงบ 2553 น่าจะต่ำกว่ารายได้ตามที่คาดการณ์ในปีงบ 2552 ที่วงเงิน 1.58 ล้านล้านบาท จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้การจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่รายจ่ายยังจำเป็นต้องกำหนดไว้ในระดับสูงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้งบประมาณปี 2553 ยังเป็นงบขาดดุลส่วนจะเป็นเท่าไรอยู่ที่ ครม.อนุมัติ
อย่างไรก็ตามการขาดดุลงบประมาณทำให้ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยนั้นรัฐบาลจะเน้นรักษาเสถียรภาพทางการคลังแม้การหาเงินจะทำได้ 2 ทางเลือกคือ การเพิ่มภาษีจากประชาชนและการกู้เงินจากแหล่งต่าง ๆ แต่รัฐบาลมองว่าขณะนี้การกู้เงินน่าจะเหมาะสมมากกว่าการเพิ่มภาษีเพราะฐานะการคลังของรัฐบาลยังเข้มแข็ง
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในงบปี 2553 นั้นหากพิจารณาถึงความจำเป็นใช้เงินของแต่ละหน่วยงานจะมีวงเงินรวมกันสูงถึง 3 ล้านล้านบาท แต่ในการจัดทำงบประมาณต้องคำนึงถึงรายได้ด้วยหากมีข้อจำกัดก็ต้องกู้เงินมาชดเชย โดยอาจจะขาดดุลถึง 4 แสนล้านบาทเพื่อไม่ให้ภาวะทางการคลังเกิดการตึงตัวจนเกินไป เพราะตามกฎหมายแล้วสามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ไม่เกิน 4.3 แสนล้านบาท นอกจากนั้นทุกหน่วยงานประเมินว่ารายได้ของรัฐบาลน่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับ 1.5 ล้านล้านบาท ส่วนรายจ่ายจะอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้การจัดทำงบปี 2553 จะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่แท้จริง โดยโครงการใดที่เห็นว่ายังไม่จำเป็นหรือยังไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จะชะลอไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นโครงการที่ช่วยสร้างงาน ช่วยกระตุ้นการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจจะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก
คม ชัด ลึก 17 กุมภาพันธ์ 2552