เมื่อเรารักใครซักคน เราจะมองเห็นแต่อิฐก้อนสวย ๆ ในกำแพงของคู่ชีวิตของเรา “เพราะเราอยากเห็นแค่นั้น เราจึงเห็นแค่นั้น” เราไม่ยอมรับความจริง
ต่อมาเมื่อเราไปหาทนายความเพื่อดำเนินเรื่องหย่าร้าง เราก็จะเห็นแต่อิฐก้อนน่าเกลียด ๆ ในกำแพงคู่ชีวิตของเรา เรามืดบอดต่อความดีใด ๆ ทั้งสิ้น “เราไม่ต้องการที่จะเห็นมัน เราจึงไม่เห็นมัน” เป็นการไม่ยอมรับความจริงอีกครั้ง...

ทำไมความรู้สึกรัก ๆ ใคร่ ๆ มักจะเกิดขึ้นในไนท์คลับที่มืดสลัว หรือระหว่างอาหารค่ำที่ได้นั่งอิบแอบกันกลางแสนเทียน หรือในค่ำคืนกลางแสงจันทร์
นั่นเป็นเพราะว่า ในสถานการณ์และบรรยากาศเช่นนั้น เราจะมองไม่เห็นสิวบนใบหน้าของเธอ หรือเห็นฟันปลอมของเขาคนนั้น
ท่ามกลางความสลัวของแสงเทียน “จินตนาการของเราจะไร้ขอบเขต” จนฝันเห็นว่า หญิงที่นั่งตรงข้ามนั้น งามราวกับนางแบบแนวหน้า หรือหนุ่มคนนี้รูปงามราวกับดาราภาพยนตร์
คนเรารักที่จะเพ้อฝัน และเราก็มักจะเพ้อฝันถึงความรัก อย่างน้อยเราก็ควรรู้ตัวนะว่า เรากำลังทำอะไรอยู่

พระไม่ใช่ผู้ที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กลางแสงเทียน  แต่เป็นผู้ที่จะส่องแสงสว่างแห่งความจริงให้ปรากฏ ถ้าโยมต้องการที่จะฝัน โยมก็ยังไม่ต้องเข้าวัดหรอก...

ในปีแรกที่อาตมาบวชเป็นพระที่ภาคอีสานของไทย อาตมากำลังนั่งอยู่ในตอนหลังของรถคันหนึ่งกับพระฝรั่งอีกสององค์ หลวงพ่อชาท่านอาจารย์ของอาตมานั่งที่เบาะหน้า
จู่ ๆ หลวงพ่อก็หันหน้ามาข้างหลัง และจ้องดูพระหนุ่มชาวอเมริกันซึ่งเพิ่งบวชใหม่ ๆ ที่นั่งอยู่ข้างอาตมา แล้วท่านก็พูดอะไรบ้างอย่างเป็นภาษาไทย
พระฝรั่งองค์ที่สามนั่งอยู่ในรถพูดภาษาไทยได้คล่อง ท่านจึงแปลให้เราฟัง
 
หลวงพ่อบอกว่า “คุณกำลังคิดถึงแฟนของคุณที่อยู่ที่แอลเอโน่น…”
พระบวชใหม่ชาวอเมริกันถึงกับอ้าปากค้างด้วยความงงงัน หลวงพ่อรู้วาระจิตของท่าน รู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ แถมยังแม่นยำเสียด้วย

หลวงพ่อยิ้มแล้วพูดต่อว่า “ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้จัดการได้ ให้เขียนจดหมายไปหาเธอ ขอให้เธอส่งของส่วนตัวบางอย่างมาให้คุณ เอาสิ่งที่ใกล้ชิดกับตัวเธอมากที่สุด ที่คุณจะสามารถเอาออกมาชื่นชมได้ เมื่อคุณคิดถึงเธอ เพื่อจะเตือนคุณให้ระลึกถึงเธอ”

โอ้... พระเราทำได้หรือครับ...?
หลวงพ่อตอบว่า “ทำได้...”
เห็นทีพระท่านก็เข้าอกเข้าใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กระมัง

สิ่งที่หลวงพ่อบอกกล่าวต่อไปนั้น ต้องใช้เวลาอยู่หลายนาทีกว่าจะแปลออกมาได้ ล่ามของเราถึงกับต้องกลั้นหัวเราะให้อยู่ และรวบรวมสมาธิเสียก่อน

หลวงพ่อบอกว่า.................. ท่านพยายามที่จะเอ่ยคำออกมา ปาดน้ำตาที่เล็ดจากการหัวเราะทิ้ง
หลวงพ่อบอกว่า....... คุณควรจะขอให้เธอส่ง “ขี้” ใส่ขวดมาให้ และเมื่อไหร่ที่คุณคิดถึงเธอ คุณจะได้หยิบขวดขี้ของเธอออกมาสูดดม

นี่ไงล่ะ “ของเฉพาะตัวของเธอ”

เมื่อเราเปล่งวาจาว่า เรารักคู่ชีวิตของเรา เรามิได้หมายความว่า เรารักทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเค้าหรอกเร๊อะ
คำแนะนำอย่างเดียวกันนี้ สามารถใช้ได้กับแม่ฝีที่กำลังถวิลหาแฟนหนุ่มของเธอ

อย่างที่อาตมาบอกแล้ว ถ้าโยมยังพอใจที่จะเพ้อฝันถึงเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ โยมก็อยู่ห่าง ๆ วัดของเราไปก่อนเถอะ... 


ถอดความจากหนังสือ “ชวนม่วนชื่น” ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า โดย พระอาจารย์พรหมวังโส คุณศรีวรา อิสสระแปลมาจากหนังสือ "Who Ordered This Truckload of Dung?" หรือ "Open the door to your heart" ...

 

 
พระอาจารย์พรหมวังโส เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิญาณ ประเทศ ออสเตรเลีย