วิถีชีวิตคนเรานี้ล้วนสลับซับซ้อน บางช่วงชั้นยากที่จะเข้าใจได้แจ่มแจ้ง ช่วงว่างเว้นจากวงจรชีวิตยามเช้าได้ดูข่าวเห็นภาพนักเรียนไล่ตีกันในเมืองหลวงแล้วรู้สึกใจตกลงไปหน่อยหนึ่งว่าสังคมเราทุกวันนี้ล้วนมีคนมากมายหลายปัญหา มีการท้าดวนกันกลางแจ้ง
แต่ก่อนมักมีการดวนชกต่อยกันกันเฉพาะที่ทำแบบลับอย่างกลุ่มมาเฟียร์อะไรเทือกนั้น และฟังตามข่าวนั้นเห็นโยนความผิดออกนอกตัวเหมือนบอกว่าฝ่ายตนไม่ผิดคือมองไม่เห็นว่าตนผิดตรงไหนน่าจะคิดใหม่ว่าเรื่องนี้ตนเองอาจจะผิดก็ได้อย่าโยนกลองไปให้คนอื่นตีเลย
ผมว่าโลกนี้เหมือนบ้านใหญ่หลังหนึ่งมีพ่อ-แม่และมีลูก ๆ หลายคนก็เหมือนลิ้นกับฟันกัดกันเองบ้าง พ่อ-แม่ต้องคอยอบรมสั่งสอนลูก ๆ ให้รู้จักคุณค่าของความเป็นมนุษย์ด้วยธรรมเปรียบเหมือนสี่ล้อของรถดังนี้
1 . ล้อแห่งสังคม คนเราเป็นสัตว์สังคม สังคมชาวโลกจะอยู่สุขสันติเพราะคนมีการพัฒนาจิตใจไปในทางถูกต้องดีงาม สังคมโลกจึงน่าอยู่อาศัย
2 . ล้อแห่งมนุษย์ คนเราต้องพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ ดังท่านพุทธทาสภิกขุว่า เป็นมนุษย์ไปได้เพราะใจสูง ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน ...คิดดูเถิดถ้าใครไม่อยากตก จงรีบยกใจตนรีบขวนขวาย ให้ใจสูงเสียได้ก่อนตัวตาย ก็สมหมายที่เกิดมาอย่าเชือน เอย.
3 . ล้อแห่งศีลธรรม คนเราอย่าอยู่ห่างธรรม เพราะการปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรมนี้ ทำให้จิตใจมีความสุขห่างไกลจากความทุกข์ได้ เพราะอันทุกข์สุขอยู่ที่ใจมิใช่หรือ เมื่อคิดถูกพูดถูกและทำถูกก็ย่อมมีความสุขใจเป็นธรรมดา
4 . ล้อแห่งปัญญา เมื่อคนเรามีศีลธรรมอันเป็นฐานรองรับวิถีชีวิตแล้วจะก่อเกิดทางเดินไปสู่แสงสว่างแห่งปัญญา เพราะคำพระว่า...ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต แปลว่า...ไม่มีแสงสว่างใดเท่าแสงแห่งปัญญา
นี่ละผมว่า...สังคมโลกน่าอยู่สงบสุขเพราะคนพัฒนาตนเป็นมนุษย์โดยการรักษาศีลรักษาธรรมน้อมนำมาฝึกฝนจนก่อเกิดปัญญาเห็นแจ้งตน เพราะวิถีชีวิตคนเราเปรียบเหมือนรถเก๋งคันงามมีสี่ล้อนี้ที่เราต้องศึกษาให้ถ่องแท้แล้วนำไปปฏิบัติคือตัวเราขับรถคันนี้ไปได้ทุกที่ถึงเป้าหมายเป็นความสุขกายสบายใจแน่นอน.