หลักธรรมภิบาลและหลัก LBM ในระดับชุมชน

การจัดการความรู้ระดับชุมชนที่ยั่งยืน

            เมื่อ วันที่ 6  กุมภาพันธ์  2552 ที่ผ่านมา  ผมมีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรมของชุมชน  จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน  สาระสำคัญสืบเนื่องจากการประเมินเพื่อหาบุคลากรดัเด่นของ อสม.  ด้านสาธารณะสุข  ได้รับทราบความเคลื่อนไหวในภาคประชาชนหรือชาวบ้านในระดับหมู่บ้าน ที่จะจัดการคุณภาพชีวิตของตนเอง มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้น  การรวมกลุ่มมีความหลากหลายไม่น้อยกว่า 10  กลุ่มกิจกรรม  ทั้งด้านการพัฒนาอาชีพ  การจัดการสิ่งแวดล้อม  อนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร  การสาธาณณะสุข การจัดการทางการเงิน เหล่านี้เป็นต้น  ลึกๆลงไปในความคิดของต้นเอง  ดีใจว่า ชุมชนมีความเข้มแข็งอยู่ไม่น้อย ต่อภาพลักษณ์ที่ออกมา  ในวันนั้น  ผม ได้มีโอกาสได้พูดในที่ประชุมตรงนั้น ก่อนปิดการประชุม ฝากให้ชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่คือสมาชิก  อสม. ว่า  ผมอยากเห็นการรวมกลุ่มกิจกรรมต่างๆที่ว่ามาเหล่านั้นได้มีการยกระดับในประเด็นการจัดการความรู้เหล่านั้น  ทำอย่างไรให้กิจกรรมกลุ่มเหล่านั้น ได้ขยายสู่มวลสมาชิกในชุมชนให้กว้างขวางกว่าที่มีอยู่  ซึ่งแต่ละกลุ่มอาจมีสมาชิกเพียง5-40 คน เท่านั้น  นั้นคือประเด็นที่ 1  ประเด็นที่ 2  ทำอย่างไรให้การรวมกลุ่มกิจกรรมเหล่านั้นได้มีการต่อยอดองค์ความรู้ที่หลากหลายและมีความยั่งยืน 

   สิ่งหนึ่ง ที่ผมได้ไปรับรู้ในช่วงเวลาดังกล่าว  ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาที่แอบซ่อนอยู่ในภาคการบริหารจัดการ  มีบางกิจกรรมก็มิได้ขับเคลื่อนอยู่ในหลักธรรมาภิบาล  และการบริหารแบบ LBM  (Local  Based  management)  อย่างแท้จริง ประเด็นสำคัญ ก็คือหลักคุณธรรมจริยธรรม  ที่ยังขาดหายไปในหมู่มวลสมาชิกบางคน  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อันตรายมาก  ที่สุด การถูกท้าทายความเป็นของจริงหรือของแท้  อันเป็นบทสรุป  ว่ากิจกรรมการรวมกลุ่มดังกล่าวมา  คือการพัฒนาที่นำไปส่สังคมที่สงบสุข ยั่งยืนหรือไม่  หรือที่สุด ก็ไม่ผิดอะไรไปกว่า  การรุมทึ้งผลประโยชน์ที่บางส่วน"รัฐ"หยิบยืนลงมา    แต่อย่างไรเสีย ผม ก็ยังชื่นชมด้วยความจริงใจจริงต่อ บุคคลหลายคนที่กำลังทำงานภาคสังคม อย่างเสียสละ ชนิด"ผู้ปิดทองหลังพระ"