เมื่องานวิจัยเป็นภาระกิจหนึ่งซึ่งนับได้ว่าเป็นภาระกิจที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพราะการวิจัยถือว่าเป็น “หัวใจ” ของการสอน...

สัปดาห์ก่อนได้รับทราบข่าวจาก “เพื่อน” ที่จะได้รับ “ทุน” ซึ่งหมายความรวมถึง “โอกาส เวลา ทรัพยากรและเงิน” ลงไปทำวิจัยในชุมชนแล้วก็รู้สึกดีใจที่เพื่อน ๆ ให้ความสนใจการวิจัยในชุมชน ถึงแม้ว่าจะหนักและเหนื่อยกว่าการวิจัยเชิงปริมาณทั่ว ๆ ไป แต่ทว่าคุยไปคุยมากลับทำให้เกิดความเศร้าใจในสิ่งที่จะเป็นไป เพราะเพื่อนบอกว่าการที่จะลงไปทำวิจัยนี้เพื่อที่จะมาเขียนขอ “ผลงานทางวิชาการ...”

หน้าที่หลักของอาจารย์เมื่อต้องทำวิจัยนั้น คือ การไปค้นหา “องค์ความรู้” เพื่อกลับมาสู่การสอนของนักศึกษา


ต้องตระหนักเสมอว่าที่เราได้มีโอกาส มีเวลา มีทุนลงไปทำงานวิจัยในชุมชนนี้ ก็เพื่อกลับมาพัฒนาการเรียน การสอน เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้ ให้นักศึกษาได้รับความรู้จากเรานอกเหนือจากสิ่งที่เราเคยไปร่ำไปเรียนมาในห้อง มากกว่าที่เราจะอ่านหนังสือแล้วมาบรรยาย

ข้อมูลจากการวิจัยชุมชนนั้นเป็นข้อมูลสด ข้อมูลใหม่ ข้อมูลที่เหมาะสมกับบริบทของนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยที่มีพันธกิจเพื่อพัฒนาท้องถิ่น การวิจัยในชุมชนนี้จะมีประโยชน์มากหากอาจารย์สามารถนำองค์ความรู้ นำกรณีศึกษา นำสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นหลัก เป็นฐานในการบรรยายให้กับนักศึกษาได้ 

เราต้องพยายามไม่ลงไปทำวิจัยโดยมีจุดมุ่งหมาย ตั้งอก ตั้งใจเพื่อหาข้อมูลมาเขียน “ผลงานทางวิชาการ”
ถ้าเราลงไปทำงานวิจัยเพื่อทำผลงานทางวิชาการนั้นถือว่าเดินมาผิดทางแล้ว
เมื่อ Concept ผิด ทั้งกระบวนการและผลสัมฤทธิ์ก็จะผิดตามไปหมด

“ความตั้งใจกับแนวทางนี่สำคัญมากนะ” ถ้าหากเราตั้งใจลงทำการวิจัยเพื่อเขียนขอผลงานจากเล่มนั้นเลยก็อย่างหนึ่ง
แต่ถ้าหากเราตั้งใจลงไปทำวิจัยแล้วมาพัฒนาการเรียนการสอน แล้วทำการวิจัยในชั้นเรียน แล้วจัดการความรู้ในชั้นเรียนมาเขียนผลงานนี้ก็อีกอย่างหนึ่ง...


การได้ขึ้นตำแหน่งทางวิชาการ ควรจะมาจากผลงานการสอนที่เกิดขึ้นในห้องเรียนที่มีองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยในชุมชน เกิดจากองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นที่อาจารย์ทำการวิจัย ขวนขวายและได้มาซึ่งความรู้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องสอนนักศึกษาให้ได้ผล ได้ความรู้จากสิ่งที่ไปวิจัยมานั้นเสียก่อน จึงค่อยเก็บเกี่ยวความรู้จากการสอนนั้นมาเขียนผลงาน

เก็บเกี่ยวความรู้จากท้องถิ่น มาพัฒนางานสอน แล้วทำผลงานจากการพัฒนาการสอนโดยวัดคุณภาพจากนักศึกษา
 
นำสิ่งที่ได้จากการเรียนการสอนที่มาจากการวิจัยนี้เก็บเกี่ยวมาเขียนเป็นผลงานทางวิชาการ สิ่งนี้จึงจะเป็นปรากฏการณ์ที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาไทย

แต่เหนือสิ่ง เหนือเหตุประการใด สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ที่คณะกรรมการผู้ตรวจผลงานทางวิชาการ
หากท่านออกข้อกำหนด หลักการในการตรวจว่ายังเป็น “วิจัยชุมชน” ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดอยู่ ทิศทางการทำงานของอาจารย์ก็จะเว้นงานสอนลงไปทำงานวิจัย
แต่ถ้าท่านฯ ตรวจวัดผลงานจากการสอนที่สืบเนื่องมาจากการวิจัย สิ่งนั้นจะเกิดประโยชน์กับบัณฑิตไทยอย่างแท้จริง...