เมื่อค่ำวานนี้ (๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒) โยมน้องสาวได้แจ้งมาว่าตอนนี้มี “คนบ้า” มาอยู่ในวัด...

โยมน้องสาวได้แจ้งว่าโยมคนนี้ซึ่งเพิ่งมาอยู่ใหม่โดยมาขออยู่ปฏิบัติธรรมนั้นรู้สึกว่าจะมีอาการทางประสาทค่อนข้างหนักคือ “ด่าคนไปทั่ว” เจอใครก็ด่า ทั้งแม่ชี แม่ขาว ผู้ถือศีล ไม่เว้นแม้แต่ถ้วย ถัง กาละมัง หม้อ หรือถ้าไม่มีใครอยู่ด้วยก็จะพูดคนเดียว ซึ่งแน่นอน คงไม่มีใครกล้าเข้าไปนอนห้องเดียวกับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นที่หวาดกลัว หวั่นวิตก และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจเป็นอย่างยิ่ง


ตอนนั้นเองเราก็ได้พยายามติดต่อให้ลูกศิษย์ที่เป็นผู้ชายให้เข้าไปดูแล เพราะเราเองก็อยู่ต่างจังหวัด จะกลับอีกก็หลายวัน โดยไหว้วานให้เขาเข้าตรวจสอบ ไต่ถามสถานการณ์ โดยหวังว่าจะให้เป็นที่พึ่งทางใจสักเล็กน้อย เพราะทางนั้นก็มีแต่เด็ก สตรี และคนชรา แต่ก็ไม่มีใครอาสาที่จะเข้าไป เพราะใคร ๆ ก็ไม่อยากจะไปยุ่งกับ “คนบ้า...”

เราเองจึงได้วางแผนโดยคิดที่จะหาวิธีจัดการอย่างไรดีที่จะ “ล็อคตัว” หรือหายานอนหลับให้เขากิน จากนั้นค่อยนำไปส่งโรงพยาบาลเพื่อที่จะนำความสงบและสันติสุขกลับมาสู่วัดของเรา

แต่ทว่า... ช่วงสายของวันนี้เองเราได้โอกาสกราบเรียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับท่านพระอาจารย์ โดยท่านพระอาจารย์ “ยิ้ม” และได้เมตตาบอกวิธีการที่ให้ความกระจ่างแจ้งทางปัญญากับเราเป็นคำพูดสั้น ๆ ว่า

“พูดกับเขาดี ๆ และให้เขานอนพักดี ๆ ....”

ครับ...
สิ่งแรกที่เราทำถัดมาหลังจากที่ได้ฟังโอวาทจากท่านพระอาจารย์ มองสีหน้าและแววตาแห่งความเมตตาอันไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ ที่มีอย่างมากล้นให้กับทุก ๆ คน
และต่อมาเราก็ก้มหน้ายอมรับคำโง่เขลาเบาปัญญากับความคิดที่จะใช้แต่กำลัง เข้าไปจัดการเขาให้พ้น ๆ ไปจากวัดของเรา...

ความเข้าใจอย่างถ่องแท้สำหรับผู้กำลังมีชีวิตที่ผิดปกติเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างเหลือล้น
และความเมตตาที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันฉันเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐสุดในสังคมมนุษยชาติ...