การดำรงของกลุ่มหรือชมรมอย่างยั่งยืนด้วยการเรียนรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาปรับความคิดชีวิตเปลี่ยน มองการตลาดให้ออก รู้สถานการณ์ตลาดโลก รู้ว่าฤดูกาลใดควรพักการเลี้ยงกุ้งเปลี่ยนเป็นเลี่ยงปลา อนาคตจะหาวิธีการแปรรูปและหาตลาดเพิ่ม

                   เมื่อวานได้ไปกับคณะผู้ประเมินภายนอกสถานศึกษา กศน.อำเภอพานทอง ในส่วนของการดูกิจกรรมในพื้นที่ จุดน่าสนใจจุดหนึ่งคือที่ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งบางหัก ประธานชมรมเป็นนักศึกษา กศน. ศิษย์เก่า ได้เล่าถึงความผูกพันกับ กศน. ตั้งแต่จุดแรกเริ่มที่ กศน.อำเภอพานทองมาจัดกลุ่มพัฒนาอาชีพการเลี้ยงกุ้ง ในปี ๒๕๔๗ และได้มีความผูกพันกันมาโดยตลอด กศน.ได้เป็นแม่งานในการประสานสำนักงานประมงจังหวัด และ ธกส.ทำให้การขอรับการสนับสนุนมีช่องทางดำเนินการต่อเนื่อง บางเรื่องก็ไม่รู้ว่าเป็นหน้าที่ของ กศน.หรือไม่ แต่ก็ทำการช่วยเหลือด้วยใจที่ปรารถนาดีและมีความผูกพัน บางทีก็ไปหาพันธ์สัตว์น้ำเป็นแสนตัวที่ขอมาได้ฟรีมาให้ ลำพังงบประมาณที่ กศน.ได้รับมาในการจัดการให้การศึกษาอบรมการพัฒนาอาชีพนั้นเพียงเล็กน้อยไม่พออยู่แล้ว แต่มีบริการเสริมอย่างอื่นทำให้กลุ่มพัฒนาอาชีพมีความยั่งยืน คือการติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแบบเพื่อนเรียนรู้ เป็นเพื่อนคู่คิดที่มีความหมายต่อชีวิตของกันและกันเสมอ  จากจุดเริ่มต้นกลุ่มพัฒนาอาชีพได้จัดตั้งเป็นชมรมผู้เลี่ยวกุ้งบางหัก มีสมาชิกประมาณ ๙๐ กว่าคน  การดำรงของกลุ่มหรือชมรมอย่างยั่งยืนด้วยการเรียนรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาปรับความคิดชีวิตเปลี่ยน มองการตลาดให้ออก รู้สถานการณ์ตลาดโลก รู้ว่าฤดูกาลใดควรพักการเลี้ยงกุ้งเปลี่ยนเป็นเลี้ยงปลา  อนาคตจะหาวิธีการแปรรูปและหาตลาดเพิ่ม ที่สำคัญคือประธานชมรมเน้นด้านจิตใจให้เกิดสัมพันธภาพในหมู่สมาชิก ไม่เน้นเนื่องเงินเป็นหลัก ชักนำประชุมแจ้งความเคลื่อนไหวแก่สมาชิกเป็นนิตย์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ กศน.เสมอมา  มีคนถามว่าทำไมไม่ไปจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ได้รับคำตอบว่า เป็นชมรมดีกว่า มีมูลค่าทางจิตใจได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากเปลี่ยนผันไปเป็นสหกรณ์นั้นจะเป็นเรื่องของการบริหารผลประโยชน์เป็นหลัก นี่แหละประธานชมรมเลี่ยงกุ้งบางหัก คุณพรชัย บัวประดิษฐ์ ศิษย์เก่า และกรรมการสถานศึกษา กศน.อำเภอพานทอง